นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนในการยืนยันตัวตนรับสิทธิ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หลังได้รับรายงานกรณีประชาชนเสียชีวิตและเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางไปดำเนินการ โดยย้ำ ว่า กระทรวงมหาดไทยต้องเปลี่ยนการทำงานเป็น "เชิงรุก" ไม่ใช่รอให้ประชาชนเดินทางมาหา แต่เจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่ไปหาประชาชนเพื่อแก้ปัญหาผู้ตกหล่นอย่างเร่งด่วน

น่านเข้ม! ตั้งศูนย์ One Stop Service เยียวยาเหยื่อยันตัวตน
ที่จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่อำเภอปัวติดตามการอำนวยความสะดวกประชาชน พร้อมสั่งการ 15 อำเภอ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อลดความแออัดและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง โดยให้ขยายจุดบริการผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และธนาคารรัฐในพื้นที่

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ น่าน ยังได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 26,000 บาท และถุงยังชีพแก่ครอบครัว นางเงา รกไพร อายุ 69 ปี ที่เสียชีวิตด้วยอาการล้มฟุบขณะเดินทางมายืนยันตัวตนที่ ธ.ก.ส. สาขาปัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมเผยว่ามหาดไทยเตรียมเสนอ ครม. ขยายเวลาอุทธรณ์ไปจนถึง 20 กันยายน 2569

สะเทือนใจ! 13 ชีวิตชัยนาทอดตาย เหตุระบบค้างชื่อ จยย. 20 ปี
อีกด้านหนึ่งที่จังหวัดชัยนาท น.ส.สมจิตร ขวัญอินทร์ อายุ 48 ปี ตัวแทนครอบครัวที่อาศัยอยู่รวมกัน 13 ชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาหลังถูกตัดสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบระบุว่าเธอครอบครองรถจักรยานยนต์ 3 คัน ซึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งที่ความเป็นจริงเธอได้ขายรถไปแล้ว 1 คันเมื่อ 20 ปีก่อน แต่ผู้ซื้อไม่โอนกรรมสิทธิ์ ทำให้ชื่อยังค้างในระบบขนส่ง

"เงิน 300 บาทต่อเดือนมีค่ามากสำหรับครอบครัวเรา เอาไว้ซื้อข้าวสารเลี้ยงเด็กๆ ตอนนี้เครียดมาก แม้รัฐจะให้ทบทวนสิทธิแต่ก็ท้อใจเพราะชื่อรถยังติดอยู่ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อเท็จจริง เพราะเรายากจนจริงๆ" น.ส.สมจิตร กล่าว

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ