ภารกิจดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ระหว่างเดินทางกลับประเทศไทย หลังเสร็จสิ้นการเจรจาการค้าที่สหรัฐอเมริกา โดยนางศุภจีเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายอาหารและผลไม้ไทยที่ห้างอิออน สาขานาริตะ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคญี่ปุ่น
จากการสำรวจพบว่า ผลไม้ไทยยังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมังคุด ส้มโอ ตลอดจนอาหารและขนมไทย สะท้อนว่าสินค้าไทยยังมีพื้นที่เติบโตในตลาดคุณภาพและกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง
นางศุภจียังเยี่ยมชมร้านอาหารไทย “แก้วใจ” ในจังหวัดชิบะ ซึ่งได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT และเปิดดำเนินการมานานกว่า 25 ปี ร้านดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างของธุรกิจที่ใช้มาตรฐานอาหารไทยสร้างความเชื่อมั่นในตลาดต่างประเทศ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการหารือกับนางพิมใจ มัตสึโมโต ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ หรือ HTA และนายโนบุโอะ ชิราฮามะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนากล้วยหอมของญี่ปุ่น เพื่อติดตามแนวทางผลักดันกล้วยหอมไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยสดประมาณ 1 ล้านตันต่อปี โดยมากกว่าร้อยละ 80 มาจากประเทศในอาเซียน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดยังมีขนาดใหญ่ แต่ไทยต้องแข่งขันทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน ปริมาณผลผลิต และความต่อเนื่องในการส่งมอบ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งจากผู้ส่งออกรายเดิม
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP เตรียมนำผู้นำเข้าญี่ปุ่นเดินทางลงพื้นที่เพาะปลูกกล้วยหอมในประเทศไทย เพื่อพบเกษตรกรและผู้ประกอบการโดยตรง ตรวจสอบมาตรฐานการผลิต และสร้างความเชื่อมั่นก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ

แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรและผู้ส่งออกไทยเข้าใจความต้องการของตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น ทั้งเรื่องขนาดผล รูปลักษณ์ รสชาติ บรรจุภัณฑ์ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการจำหน่ายสินค้าเกษตรในตลาดพรีเมียม
การผลักดันครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การประชาสัมพันธ์สินค้า แต่มีเป้าหมายเชื่อมผู้ซื้อกับแหล่งผลิตโดยตรง เพื่อให้เกิดคำสั่งซื้อและสร้างตลาดระยะยาวให้กล้วยหอม รวมถึงผลไม้และอาหารไทยประเภทอื่นในญี่ปุ่น





