นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายณฐม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เข้าพบผู้บริหารบริษัทชั้นนำของจีน 4 แห่ง ณ Tianfu International Convention นครเฉิงตู เพื่อหารือการลงทุนแบบรายบริษัท
บริษัทที่เข้าร่วมหารือประกอบด้วย Xiaomi Corporation, ChangAn Automobile, Innolight Technology และ Eoptolink Technology ซึ่งล้วนเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การหารือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาคเอกชนจีนยังคงเชื่อมั่นในประเทศไทย ทั้งในด้านศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของอาเซียน โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด บุคลากรที่มีทักษะ รวมถึงมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนของรัฐบาลและ BOI เช่น โครงการ Thailand FastPass
“การพบปะนักลงทุนจีนครั้งนี้ ไม่ได้มาเพียงเพื่อรับฟัง แต่เป็นการสร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนว่า ประเทศไทยพร้อมเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพ และรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้การลงทุนประสบความสำเร็จสูงสุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่า นอกจากการสร้างความเชื่อมั่นแล้ว รัฐบาลยังได้รับข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนเพื่อนำไปต่อยอดนโยบาย โดยเฉพาะการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่กับการลงทุน
ทั้ง 4 บริษัทเห็นตรงกันว่า การลงทุนในอนาคตไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการตั้งโรงงานผลิต แต่ควรยกระดับสู่การสร้างศูนย์วิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรในประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
นายกรัฐมนตรีระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล รวมถึงสอดคล้องกับรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ระบุว่าไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตอุตสาหกรรม AI Hardware ที่สำคัญของโลก
Xiaomi มองไทยเป็นฐานขยายธุรกิจ EV และ Smart Devices
ด้านผู้สื่อข่าว ระบุว่า ทาง ผู้บริหาร Xiaomi เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจครอบคลุมสมาร์ตโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะ IoT, AIoT, Smart Home และยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีแผนขยายการลงทุนสู่ต่างประเทศ พร้อมพิจารณาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและศูนย์วิจัยสำหรับภูมิภาคเอเชีย รวมถึงรองรับการส่งออกไปยังตลาดยุโรป

ด้าน ChangAn Automobile หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ยืนยันเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยต่อเนื่อง หลังเลือกจังหวัดระยองเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีน สำหรับผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาป้อนตลาดอาเซียนและตลาดโลก พร้อมเตรียมจัดตั้งสำนักงานใหญ่ธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) และศูนย์วิจัยและพัฒนา เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและธุรกิจมูลค่าสูงของภูมิภาค
Innolight ขยาย R&D รองรับอุตสาหกรรม AI
Innolight Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ Optical Transceivers ชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า บริษัทใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน และเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาสำคัญสำหรับอุปกรณ์ด้าน AI และ Data Center พร้อมมีแผนขยายความร่วมมือด้าน R&D เพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศ และจ้างงานบุคลากรไทยมากขึ้น

ขณะที่ Eoptolink Technology ผู้ผลิต Optical Transceivers รายสำคัญของโลก ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Google, Microsoft และ Amazon ยืนยันเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทยต่อเนื่อง ปัจจุบัน Eoptolink ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกและแห่งเดียวของบริษัทนอกประเทศจีน มีการจ้างงานแล้วกว่า 8,000 อัตรา ในจังหวัดชลบุรีและระยอง พร้อมยืนยันว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตและการลงทุน เพื่อเสริมบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของรัฐบาลในการเดินหน้าดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมุ่งยกระดับประเทศไทยจากฐานการผลิตสู่ฐานการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว





