นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยระบุว่าเป็นตลาดทุนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียนในปีนี้ พร้อมทั้งมีเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งสัญญาณเด่นชัดถึงความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย

สถิติข้อมููลตามรายงานพบว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 27 นับจากต้นปี โดยกลุ่มนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยแล้วเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 67,000 ล้านบาท) ควบคู่กับเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรไทยอีกราว 1,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 42,000 ล้านบาท) รวมมูลค่าความต้องการลงทุนจากต่างประเทศพุ่งสูงกว่า 109,000 ล้านบาท ซึ่งทิศทางดังกล่าวเป็นผลสะท้อนโดยตรงจากเสถียรภาพทางการเมือง นโยบายเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน และมาตรการประคับประคองโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

รูปภาพบทความ

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนมูลค่าของตลาดทุนไทยในปัจจุบัน ประกอบด้วย การเติบโตของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมถึงการกำกับดูแลเสถียรภาพระบบการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับความสนใจในฐานะการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก ผ่านเม็ดเงินลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Data Center, Data Hosting และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จะเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประเมินว่าการเติบโตของตลาดทุนเป็นเพียงเป้าหมายขั้นแรก โดยโจทย์สำคัญหลังจากนี้คือการขับเคลื่อนเม็ดเงินความเชื่อมั่นให้แปรสภาพไปสู่การลงทุนในภาคการผลิตจริง (Real Sector) เกิดการจ้างงาน และสร้างผลกำไรให้แก่บริษัทสัญชาติไทย เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจหลุดพ้นจากกับดักการเติบโตในระดับต่ำ โดยรัฐบาลจะมุ่งรักษาสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนผ่านกรอบนโยบายที่ชัดเจนต่อไป