กองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย–กัมพูชา ด้านกองทัพภาคที่ 2 และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา จัดการประชุมหารือและประสานงาน ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อทบทวนสถานการณ์และกำหนดแนวทางความร่วมมือในการรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดแนวชายแดน โดยมีการหารือร่วมกันใน 7 ประเด็นสำคัญ
ฝ่ายไทยเปิดเผยว่า นับตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้ใช้กลไกการประสานงานอย่างต่อเนื่อง รวมแล้ว 142 ครั้ง ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยสันติวิธี และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน พร้อมขอบคุณฝ่ายกัมพูชาที่ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิด รวมถึงร่วมกันป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอมที่อาจสร้างความเข้าใจผิด
ที่ประชุมยังกล่าวขอบคุณฝ่ายกัมพูชาที่ให้ความร่วมมือส่งตัวประชาชนไทยซึ่งพลัดหลงกลับประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 และภูมิภาคทหารที่ 4 ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาด้านมนุษยธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้แจ้งข้อมูลกรณีมีรายงานได้ยินเสียงระเบิดบริเวณช่องคานม้า ตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงปัจจุบันรวม 19 ครั้ง โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมเกิดขึ้นแล้ว 6 ครั้ง พร้อมยืนยันว่าได้ตรวจสอบทุกหน่วยในพื้นที่แล้ว ไม่พบการปฏิบัติการทางทหารหรือการใช้อาวุธของฝ่ายไทย จึงขอให้ฝ่ายกัมพูชาตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ของตน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน
พร้อมกันนี้ ฝ่ายไทยได้ขอความร่วมมือไม่เคลื่อนย้ายกำลังหรือตั้งฐานปฏิบัติการใกล้แนวลวดหนาม เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงขอให้ทั้งสองฝ่ายตรวจสอบข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบก่อนเผยแพร่ และร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสื่อมวลชนและประชาชน เพื่อลดการบิดเบือนข้อมูลและป้องกันข่าวปลอม
ส่วนกรณีการก่อสร้างเส้นทางตามแนวชายแดน ฝ่ายไทยชี้แจงว่า เป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณจากภาครัฐและภาคเอกชนของไทย โดยมีชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามสัดส่วนที่จำเป็น ไม่มีการเพิ่มกำลังทหาร และดำเนินการภายในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทยเท่านั้น
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยึดถือแนวปฏิบัติตามถ้อยแถลงของการประชุม GBC ครั้งที่ 3 อย่างเคร่งครัด หากเกิดข้อสงสัยหรือเหตุการณ์ตามแนวชายแดน จะใช้กลไกการประสานงานของ RBC เป็นช่องทางหลักในการแก้ไขปัญหา เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดี ความสงบเรียบร้อย และเสถียรภาพบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง




