ศึกแห่งศักดิ์ศรีกำลังจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง! "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา แชมป์เก่า ดวล "สิงโตคำราม" อังกฤษ คู่ปรับตลอดกาลที่มีทั้งประวัติศาสตร์ การเมือง และฟุตบอลเป็นเดิมพัน ผู้ชนะเพียงทีมเดียวจะได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026

แฟนบอลทั่วโลกเตรียมลุ้นระทึกกับศึกบิ๊กแมตช์รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 เมื่อ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา แชมป์เก่าและแชมป์โลก 3 สมัย มีคิวดวลเดือดกับ "สิงโตคำราม" อังกฤษ อดีตแชมป์โลก 1 สมัย ที่สนามเมอร์เซเดส เบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา แข่งขันเวลา 02.00 น. ของเช้ามืดวันที่ 16 กรกฎาคม (ตามเวลาประเทศไทย) เพื่อแย่งตั๋วเพียงใบเดียวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

แม้อาร์เจนตินาจะชนะรวดมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม แต่เส้นทางในรอบน็อกเอาต์กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค เริ่มจากเฉือนเคปเวิร์ด 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนพลิกแซงอียิปต์จากตามหลัง 0-2 กลับมาชนะ 3-2 และล่าสุดเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ที่เหลือผู้เล่น 10 คน 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้และความสามารถในการเอาตัวรอดในเกมกดดัน

รูปภาพบทความ

ด้านอังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของโธมัส ทูเคิล ผ่านเข้ารอบด้วยผลงานแข็งแกร่ง รอบแบ่งกลุ่มชนะ 2 เสมอ 1 ก่อนเอาชนะดีอาร์ คองโก 2-1, เฉือนเจ้าภาพร่วมเม็กซิโก 3-2 และล่าสุดชนะนอร์เวย์ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ แม้กุนซือชาวเยอรมันจะยอมรับว่าทีมยังมีหลายจุดที่ต้องปรับปรุง ทั้งรูปแบบการเข้าทำและความหลากหลายในการจบสกอร์

เกมนี้ยังเป็นการกลับมาของหนึ่งในคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลโลก ทั้งสองชาติพบกันมาแล้ว 14 นัด อังกฤษชนะ 6 ครั้ง อาร์เจนตินาชนะ 3 ครั้ง และเสมอกัน 5 นัด โดยเคยเจอกันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 5 ครั้ง

รูปภาพบทความ

แมตช์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกิดขึ้นในฟุตบอลโลกปี 1986 เมื่อ ดิเอโก้ มาราโดนา สร้างตำนานด้วยสองประตูประวัติศาสตร์ ทั้งลูก "หัตถ์พระเจ้า" และ "ประตูแห่งศตวรรษ" พาอาร์เจนตินาชนะอังกฤษ 2-1 ก่อนก้าวไปคว้าแชมป์โลกในปีนั้น

ความหวังของอาร์เจนตินายังคงฝากไว้ที่ ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งระเบิดฟอร์มร้อนแรง ยิงไปแล้ว 8 ประตู นำเป็นดาวซัลโวร่วมของทัวร์นาเมนต์ ขณะที่อังกฤษต้องฝากความหวังไว้กับ แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ช่วยกันยิงรวมถึง 12 จาก 13 ประตูของทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ด้านความพร้อมของทั้งสองทีม อาร์เจนตินาไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน พร้อมจัดชุดใหญ่ลงสนามเต็มสูบ ส่วนอังกฤษหมดสิทธิ์ใช้งาน จาร์เรลล์ ควอนซาห์ ที่ติดโทษแบน และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่แขนหัก ขณะที่ บูกาโย่ ซาก้า ยังต้องเช็กความฟิต แต่มีข่าวดีเมื่อ ดีแคลน ไรซ์ มีโอกาสกลับมาลงสนามหลังหายป่วย

นี่ไม่ใช่แค่เกมฟุตบอลธรรมดา แต่คือการต่อสู้ของสองมหาอำนาจลูกหนังที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ความแค้น และศักดิ์ศรี ผู้ชนะจะได้เดินหน้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ส่วนผู้แพ้ต้องยุติเส้นทางไว้เพียงรอบรองชนะเลิศ

 

ภาพ AP