บรรยากาศความคึกคักกลับมาปกคลุมทั่วพื้นที่เมืองทองธานีอีกครั้ง เมื่อกลุ่มศิลปินระดับโลกอย่าง iKON ได้เดินทางมามอบความสุขให้กับแฟนชาวไทยในคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ "iKON FOUREVER WORLD TOUR IN THAILAND" ซึ่งจัดขึ้น ณ ธันเดอร์โดม โดยครั้งนี้เป็นการกลับมาเยือนประเทศไทยในรอบเกือบ 2 ปีที่เต็มไปด้วยความหมายและการรอคอยที่ทรงคุณค่า
สำหรับการกลับมาในครั้งนี้ JAY (เจย์), SONG (ซง), BOBBY (บ๊อบบี้) และ CHAN (ชาน) ปรากฏตัวบนเวทีด้วยออร่าที่เปล่งประกายและพลังงานที่ล้นเหลือ สมาชิกทั้ง 4 คนก้าวขึ้นสู่เวทีพร้อมกันเป็นครั้งแรกหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ ทำให้ค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่เพียงการแสดงคอนเสิร์ตธรรมดา แต่เป็นการเฉลิมฉลองมิตรภาพและความผูกพันที่เหนียวแน่นระหว่าง iKON และ 'ไอคอนิกชาวไทย' (Thailand iKONICs) ที่ร่วมฝ่าฟันกันมาอย่างยาวนาน
เสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไวทันทีที่ไฟในฮอลล์ดับลง เปิดตัวด้วยโชว์สุดอลังการที่เน้นกราฟิกตระการตาและการจัดเต็มเรื่องระบบแสงสีเสียง iKON สะกดสายตาทุกคู่ด้วยทักษะการเต้นที่เฉียบคมและเสียงร้องสดที่เปี่ยมคุณภาพ เพลงฮิตระดับตำนานอย่าง "LOVE SCENARIO" และ "RHYTHM TA" ถูกหยิบมาสร้างความบันเทิงชนิดที่ว่าทุกคนในฮอลล์ต้องลุกขึ้นเต้นและร้องตามจนเสียงแหบแห้ง บรรยากาศภายในธันเดอร์โดมถูกเติมเต็มด้วยแสงสีแดงจากแท่งไฟ (KONBAT) กลายเป็นทะเลเพลิงแห่งความรักที่สวยงามและอบอุ่น
นอกจากพาร์ทการแสดงที่ดุเดือดแล้ว ช่วงเวลาที่ทำให้แฟนๆ ประทับใจที่สุดคือการพูดคุยและโต้ตอบที่แสนเป็นกันเอง สมาชิกแต่ละคนพยายามสื่อสารเป็นภาษาไทยเพื่อบอกรักและขอบคุณแฟนๆ ที่ยังคงยืนเคียงข้างพวกเขาเสมอมา ทางด้านไอคอนิกชาวไทยเองก็ได้จัดเตรียมเซอร์ไพรส์โปรเจกต์พิเศษเพื่อต้อนรับการกลับมาของพวกเขาทั้ง 4 คนอย่างยิ่งใหญ่ ทำเอาสมาชิกบางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เป็นภาพความทรงจำที่พิสูจน์ให้เห็นว่ากาลเวลาไม่เคยลดทอนความนิยมและความผักดีที่แฟนคลับมีให้ต่อวงนี้เลย
ความสำเร็จของคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า iKON ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มศิลปินที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่นและทรงอิทธิพลในวงการเพลงระดับสากล หลังจากสร้างปรากฏการณ์ความมันในไทยแล้ว พวกเขามีกำหนดการเดินทางไปมอบความสนุกต่อที่ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ทัวร์ระดับโลกในโซนอเมริกาใต้ต่อไป เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นศิลปินคุณภาพที่แฟนทั่วโลกต้องการเห็นบนเวทีมากที่สุด
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและอัพเดตล่าสุด สามารถติดตามได้ที่ Instagram: @amplitudelivesea









