วันที่ 15 ก.ค.69 - นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศ หลังจากราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากชนวนความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยยืนยันว่ากระทรวงพลังงานมีการติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาขายปลีกหน้าปั๊มปรับขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนส่งกระทบต่อประชาชน
หัวใจสำคัญในการควบคุมราคาในขณะนี้ คือการใช้กลไก "ลดราคาหน้าโรงกลั่น" ภายใต้โครงสร้างตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เพื่อนำส่วนต่างจากโรงกลั่นมาช่วยลดราคาขายปลีกหน้าปั๊ม ซึ่งปัจจุบันมีการจัดสรรเงินในส่วนนี้แล้วกว่า 10,500 ล้านบาท ควบคู่กับการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อทำให้ราคาในประเทศเกิดความเสถียร ไม่ปรับขึ้นลงแบบกระชากเหมือนช่วงที่ผ่านมา
สำหรับคำถามที่ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นหลังจากนี้หรือไม่ รมว.พลังงาน ระบุว่า ทิศทางราคายังคงต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวันตามกลไกตลาด แต่ขอยืนยันว่าหากจำเป็นต้องปรับราคา จะเป็นการทยอยปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การปรับขึ้นราคาแบบก้าวกระโดดอย่างแน่นอน เนื่องจากไทยไม่ได้อิงราคาตลาดสิงคโปร์เพียงอย่างเดียว แต่มีกลไกภายในเข้ามาช่วยลดทอนความรุนแรงของราคา
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้เข้าไปบริหารจัดการด้านอุปทาน (Supply) จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า ปริมาณน้ำมันดิบในประเทศยังคงปกติ และมีปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำรองในถังเก็บ (แทงก์) อยู่ในระดับที่เกือบเต็มความจุ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศ ประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน






