กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ทิศทางค่าเงินบาทในวันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) โดยประเมินว่าจะมีค่าความเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.40-33.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากปัจจัยด้านพลังงานในตลาดโลก
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในวันนี้ ถือเป็นแรงกดดันสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสกุลเงินบาท เนื่องจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง หลังจากทางการสหรัฐฯ ประกาศดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลบริเวณท่าเรือสำคัญของประเทศอิหร่าน ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ส่งผลต่อการขนส่งและเสถียรภาพของราคาพลังงานโลก
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงค่าเงินบาทของไทยที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน แต่ยังส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าของประเทศไทยโดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน
นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว ตลาดการเงินยังคงจับตามองท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และมาตรการตอบโต้จากฝ่ายอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพราะหากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยกระดับความรุนแรงขึ้น จะส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นไปอีก ซึ่งจะยิ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ฉุดให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงทะลุระดับที่คาดการณ์ไว้ได้
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน นักวิเคราะห์จากธนาคารไทยพาณิชย์แนะนำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกควรติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและข่าวสารด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาวะตลาดขณะนี้มีความอ่อนไหวสูงต่อกระแสข่าวความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของค่าเงินบาทในระยะสั้นและระยะกลางต่อไป
ความเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ จึงเป็นภาพสะท้อนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งในเรื่องของเสถียรภาพพลังงานและผลกระทบจากนโยบายระหว่างประเทศที่ผันผวน การจับตาดูท่าทีของตลาดการเงินในวันพรุ่งนี้จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่า ค่าเงินบาทจะสามารถกลับมาทรงตัวได้หรือไม่ หรือจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องท่ามกลางวิกฤตการณ์โลกในครั้งนี้





