กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ DSI ตรวจค้นบริษัทต้องสงสัยใช้นอมินี พบถือครองที่ดินและอสังหาฯ มูลค่าหลายพันล้านบาท เตรียมขยายผลดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบริษัทต้องสงสัยใช้นอมินีในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน รวม 5 จุด หลังพบพฤติกรรมใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจต้องห้ามตามกฎหมาย พร้อมพบสถานที่แห่งเดียวใช้เป็นที่ตั้งจดทะเบียนบริษัทกว่า 100 แห่ง เตรียมขยายผลดำเนินคดีอย่างเข้มงวด
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากกรมฯ ส่งข้อมูลบริษัทต้องสงสัย 34 แห่ง ให้ DSI ตรวจสอบ ก่อนเข้าตรวจค้นตามหมายค้นในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยพบหลักฐานสำคัญ ทั้งเอกสารการถือหุ้น การถือครองที่ดิน สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และข้อมูลธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก
ผลการตรวจสอบพบว่า กลุ่มบริษัทพัฒนาโครงการวิลล่าหรูบนเกาะสมุย ใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินรวม 15 แปลง เนื้อที่เกือบ 98 ไร่ มูลค่าที่ดินกว่า 1,567 ล้านบาท ขณะที่โครงการมีมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านบาท มีเงินหมุนเวียนผ่านบัญชีเกือบ 2,000 ล้านบาท และบริษัทในเครือมีสินทรัพย์รวมกว่า 2,024 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพบสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งนิติบุคคลกว่า 150 บริษัท โดยใช้บุคคลใกล้ชิดถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และใช้สำนักงานเดียวกันเป็นที่ตั้งบริษัทกว่า 103 แห่ง รวมถึงมีบริษัทกว่า 101 แห่งถือครองอสังหาริมทรัพย์ มูลค่ารวมกว่า 795 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเอกสารสำคัญไว้เป็นหลักฐานเพื่อขยายผล
เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจสอบบริษัทอีก 3 แห่ง ที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอล ซึ่งเข้าข่ายใช้นอมินีประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และศูนย์สุขภาพ พร้อมตรวจสอบการถือครองที่ดิน แหล่งที่มาของเงินลงทุน และใบอนุญาตประกอบกิจการว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง โดยข้อมูลระบุว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่คนต่างชาติถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50 แต่ถือครองอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 3,500 บริษัท หากพบการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเด็ดขาด เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม





