นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานการศึกษา โดยล่าสุดได้เชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา และผู้แทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย เข้าให้ข้อมูลต่อที่ประชุม เพื่อชี้แจงกระบวนการจัดสอบที่มีข้อพิรุธ

จากการชี้แจงพบข้อสรุปสำคัญคือ ทาง มศว และสำนักทดสอบทางการศึกษาฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบกว่า 4 แสนคน แฟลชไดร์ฟ และข้อมูลดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการแล้ว โดยผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ ยืนยันต่อที่ประชุมว่าหลักฐานทั้งหมดที่อยู่ในมือ ป.ป.ช. เป็นข้อมูลดิบที่ไม่มีการแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่ในส่วนของอำนาจการบริหารงาน อธิการบดี มศว ระบุว่าได้มอบอำนาจเด็ดขาดให้ผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ตั้งแต่การยื่นซองประกวดราคากับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จนถึงการลงนามในสัญญา อธิการบดีจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนปฏิบัติ

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลการจ้างบริษัทเอกชนรายหนึ่งด้วยงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อดำเนินการพิมพ์กระดาษคำตอบและจัดหาเครื่องมือตรวจข้อสอบทั้ง 10 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งทางสำนักทดสอบฯ ยืนยันว่าได้แจ้งเรื่องการจ้างช่วงนี้ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในฐานะผู้ว่าจ้างทราบแล้ว อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจคือเมื่อมีการสอบถามถึง "การแทรกแซงจากบุคคลภายนอก" ผู้ชี้แจงระบุชัดเจนว่าผู้ที่เข้ามาแทรกแซงคือ "ผู้ว่าจ้าง" หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนั่นเอง แต่เมื่อ กมธ. พยายามซักถามถึงตัวบุคคลที่เข้ามาประสานงาน ผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยระบุว่าได้ให้รายละเอียดทั้งหมดกับทาง ป.ป.ช. ไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเตรียมสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ขณะที่ในสัปดาห์หน้า คณะกรรมาธิการจะดำเนินการเชิงรุกด้วยการเชิญประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น และประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย มาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรายละเอียดการจัดสอบ เพื่อคลี่คลายเงื่อนงำและลากตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด