น้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ลดลง เหลือ 20-30 ลบ.ม./ชม. เร่งอัดน้ำปูนเสริมชั้นดิน
ผอ.เขตธนบุรีเผยสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น หลังควบคุมระดับน้ำในอุโมงค์ได้คงที่ เพิ่มเครื่องอัดฉีดเป็น 5 เครื่อง ยืนยันยังไม่พบการทรุดตัวของอาคารเพิ่มเติม แต่ยังเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ว่าที่ร้อยตรี เดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์น้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณถนนประชาธิปกว่า สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น หลังปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอุโมงค์ลดลงจากประมาณ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เหลือ 20-30 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้สามารถควบคุมระดับน้ำภายในอุโมงค์ให้อยู่ในระดับคงที่ได้
ว่าที่ร้อยตรี เดชาธร กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มเครื่องอัดฉีดสารเคมีหรือน้ำปูนจาก 4 เครื่อง เป็น 5 เครื่อง พร้อมขยายจุดอัดฉีดบริเวณใกล้อาคาร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเสถียรภาพของชั้นดิน โดยขณะนี้ใช้วัสดุอัดฉีดแล้วประมาณ 170 ลูกบาศก์เมตร และยังระดมเครื่องจักรเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรื้อย้ายสะพานลอยเพื่อเปิดทางให้เครื่องจักรทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น
ผลการตรวจวัดด้วยเครื่องมือติดตามตลอด 24 ชั่วโมง ยังไม่พบการทรุดตัวของอาคารเพิ่มเติม และผิวจราจรอยู่ในระดับคงที่ โดยมีการตรวจวัดค่าทุก 30 นาที ขณะที่เจ้าหน้าที่จะสรุปรายงานสถานการณ์ทุกวันในเวลา 17.00 น. เพื่อติดตามการทรุดตัว รอยร้าว และประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการสำรอง เช่น การขังน้ำภายในอุโมงค์ เพื่อรักษาสมดุลแรงดันน้ำและป้องกันดินไหลเข้าอุโมงค์ ซึ่งต้องอาศัยการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอย่างรอบคอบ
สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งบังคับอพยพออกจากอาคาร แต่เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือให้ย้ายไปพักในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ พร้อมยืนยันว่าจะตรวจสอบสภาพอาคารทุกวัน หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายที่เพิ่มขึ้นจนกระทบต่อความปลอดภัย จะพิจารณาสั่งอพยพทันที พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ และแจ้งเจ้าหน้าที่หากพบความผิดปกติของอาคาร










