วันที่ 8 ก.ค.69 - ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลทลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี หลังบุกตรวจค้นอาคารพาณิชย์ที่ถูกใช้เป็นจุดพักยา พบยาบ้าประมาณ 8,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในม้วนกระดาษขนาดใหญ่ มูลค่าประมาณ 240 ล้านบาท

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี พลตำรวจโท วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาค 1 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ปปส.ภาค 1 ฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดที่ใช้อาคารพาณิชย์ในพื้นที่อำเภอเมืองสิงห์บุรีเป็นจุดซุกซ่อนของกลาง

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลคดีเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ซึ่งตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับ ปปส.ภาค 1 จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย พร้อมยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด ก่อนสืบสวนต่อเนื่องจนพบเบาะแสว่ามีเครือข่ายเตรียมลำเลียงยาเสพติดล็อตใหม่จากภาคเหนือเข้ามาพักไว้ในพื้นที่ตอนในของประเทศ

รูปภาพบทความ

เจ้าหน้าที่พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้อาคารพาณิชย์เลขที่ 104/13 หมู่ 3 ตำบลบางมัญ อำเภอเมืองสิงห์บุรี เป็นจุดพักยา จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด กระทั่งวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 พบกลุ่มผู้ต้องหาขนม้วนกระดาษขนาดใหญ่ลงจากรถบรรทุกและนำเข้าไปเก็บภายในอาคารเป้าหมาย ก่อนแยกย้ายไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี

ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 น. ชายทั้ง 3 คนย้อนกลับมายังอาคารพาณิชย์และปิดประตูด้านหน้า เจ้าหน้าที่สังเกตผ่านช่องระบายอากาศของประตูเหล็กม้วน พบพฤติกรรมคล้ายกำลังเปิดม้วนกระดาษเพื่อนำสิ่งของบางอย่างออกมา จึงเข้าตรวจค้นทันที

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในแกนกลางของม้วนกระดาษ โดยมีการใช้กระดาษปิดทับหัวท้ายเพื่ออำพราง ตรวจนับเบื้องต้นประมาณ 8,000,000 เม็ด พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องไว้เป็นพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการติดต่อของเครือข่าย

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายอภิเชษฐ์ หรือชา อายุ 44 ปี ชาวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และนายวัชรพงษ์ หรือวัช อายุ 40 ปี ชาวอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ นายสุรศักดิ์ อายุ 22 ปี ชาวอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ หลบหนีระหว่างการเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

รูปภาพบทความ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้างประมาณ 20,000–30,000 บาท ในการขนถ่ายยาเสพติดล็อตดังกล่าวจากภาคเหนือมาพักไว้ที่อาคารพาณิชย์ ก่อนเตรียมลำเลียงต่อไปยังพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ประเมินว่า หากยาเสพติดล็อตนี้หลุดรอดเข้าสู่ตลาด จะมีมูลค่าประมาณ 240 ล้านบาท และอาจกระจายไปยังหลายพื้นที่ในประเทศ หลังจากนี้ตำรวจจะขยายผลไปยังผู้สั่งการ กลุ่มลูกค้า ผู้สนับสนุน และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งเครือข่าย

ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งข้อหายาเสพติด การสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ การฟอกเงิน และการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด เพื่อตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง