นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายศุภโชค ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดนครปฐม พรรคภูมิใจไทย และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชน กรณีได้รับกลิ่นเหม็นรบกวนจากโรงงานอลูมิเนียมดรอสของบริษัท เอวาย 2021 จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 68/2 หมู่ที่ 13 ถนนโพรงมะเดื่อ-บ้านไร่ ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งปัจจุบันหยุดประกอบกิจการและไม่มีผู้ดูแล

โรงงานดังกล่าวถูกดำเนินคดีในข้อหาตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และครอบครองตะกรันอลูมิเนียม ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยเจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมอายัดสิ่งของที่อยู่ภายในและภายนอกอาคารโรงงานทั้งหมด โดยสำนักงานอุตสาหกรรมนครปฐมและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการยึดอายัดและติดประกาศไว้บริเวณอาคารโรงงานแล้ว

Advertise

อย่างไรก็ตาม อลูมิเนียมดรอสของกลางที่ถูกอายัดเริ่มมีการรั่วซึมและเกิดกลิ่นเหม็นเป็นระยะ ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ อีกทั้งมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากการเกิดเพลิงไหม้ ทำให้นายวราวุธลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเองอย่างเร่งด่วน เพื่อหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

จากการตรวจสอบพื้นที่ พบว่าปัจจุบันไม่มีการประกอบกิจการ ไม่พบคนงานหรือผู้ดูแล ลักษณะเข้าข่ายเป็นอาคารร้าง ภายในอาคารพบเครื่องจักรที่ใช้สำหรับประกอบกิจการหลอมหล่อตะกรันโลหะ รวมถึงเตาหลอมจำนวน 2 ชุด และระบบบำบัดมลพิษทางอากาศที่ไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ บริเวณอาคารด้านหลังพบถุงบิ๊กแบ็คบรรจุกากอุตสาหกรรม คาดว่าเป็นตะกรันอลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุดิบในการหลอม รวมทั้งมีการวางกองเก็บถุงบิ๊กแบ็คไว้ภายนอกอาคาร รวมประมาณ 8,258 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 12,387 ตัน

ขณะเดียวกัน ตัวอาคารเริ่มมีสภาพชำรุดและหลังคารั่วในบางจุด ทำให้น้ำฝนรั่วซึมลงสู่กองอลูมิเนียมดรอสและเกิดการรั่วซึม โดยอลูมิเนียมดรอสเป็นกากที่เกิดจากกระบวนการหลอมหรือรีไซเคิลอลูมิเนียม และจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เมื่อสัมผัสความชื้นหรือน้ำอาจปล่อยก๊าซพิษและก๊าซไวไฟ มีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิด รวมถึงอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

ภายหลังการเข้าตรวจสอบโรงงานและรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาแนวทางดำเนินการกับอลูมิเนียมดรอสของกลาง ซึ่งมีปริมาณสูงถึงกว่า 12,237 ตัน และเป็นวัตถุอันตราย หากปล่อยให้เก็บไว้นานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบ

ดังนั้น การเคลื่อนย้ายหรือกำจัดอลูมิเนียมดรอสจำเป็นต้องพิจารณากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อเร่งดำเนินการอย่างเหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมาย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมต้องการป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนเกิดผลกระทบต่อประชาชนในภายหลัง

นายวราวุธกล่าวด้วยว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันการปรับปรุงพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ฉบับใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการป้องกันและเยียวยาความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม ตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle: PPP) และไม่ให้ภาระในการแก้ไขปัญหาตกอยู่กับประชาชนหรือภาครัฐ

แนวทางสำคัญ ได้แก่ การกำหนดให้โรงงานบางประเภทที่มีความเสี่ยงสูงต้องวางหลักประกันเพื่อใช้เยียวยาความเสียหายเบื้องต้นต่อบุคคล ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม การจัดตั้งกองทุนแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรม การลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการอนุมัติอนุญาต และการเพิ่มอัตราโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยกระทรวงฯ จะเร่งรัดผลักดันร่าง พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภาตามขั้นตอนโดยเร็ว

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ