กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศอัปเดตสถานการณ์ "ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่" พายุรุนแรงในมหาสมุทรแปซิฟิกที่กำลังเป็นที่จับตาในขณะนี้ ยืนยันศูนย์กลางพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยอย่างแน่นอน ทว่ายังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบทางอ้อมที่จะส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วทุกภาค

ล่าสุดพายุบาหวี่กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกผ่านเกาะกวม โดยมีแนวโน้มมุ่งหน้าสู่ไต้หวันและประเทศจีน แม้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่เนื่องจากเป็นระบบพายุขนาดใหญ่ จึงทำหน้าที่ดึงมวลความชื้นและส่งผลกระทบทางอ้อม โดยจะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงวันที่ 5-11 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ การหมุนเวียนของพายุยังดึงให้ร่องมรสุมมีกำลังแรงขึ้นมากอีกด้วย

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ แม้ในบางช่วงภาพรวมความชื้นในไทยอาจลดลงบ้างเนื่องจากถูกดึงไปที่ศูนย์กลางพายุ แต่ผลกระทบจากมรสุมที่ทวีความรุนแรงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่มองข้ามไม่ได้

ทั้งนี้ ทางกองบรรณาธิการขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการตื่นตระหนกจากกระแสข่าวลือบนสื่อสังคมออนไลน์ และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักในระยะนี้

รูปภาพบทความ

ในความเป็นจริง ณ ปัจจุบัน (กรกฎาคม 2026) ศูนย์กลางพายุลูกนี้มีความเร็วลมกระโชกสูงสุดถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อบ้านเรือนและระบบสาธารณูปโภคบนเกาะโรตา (Rota) และไซปัน (Saipan) ก่อนที่ตัวพายุจะเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังเกาะไต้หวันและจีนต่อไป