รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างกระทรวงครั้งใหญ่! เตรียมแยก "กระทรวงกีฬา" ออกมาเป็นกระทรวงเอกเทศ พร้อมโยกภารกิจด้านการท่องเที่ยวไปควบรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้ชื่อใหม่ "กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว" ตามแนวนโยบายของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เตรียมเสนอกรอบการดำเนินงานเพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ซึ่งยืนยันแนวทางการแยก "กระทรวงกีฬา" ออกมาเป็นหน่วยงานอิสระ ขณะที่ภารกิจด้านการท่องเที่ยวจะถูกควบรวมเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม
หนึ่งในแผนสำคัญของโครงสร้างใหม่ คือการจัดตั้ง สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา แยกออกจากการกำกับดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัว เป็นอิสระ และยกระดับการดูแลนักกีฬาไทยอย่างครบวงจร รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดให้ ศูนย์ตรวจสารต้องห้ามนักกีฬา มีสถานะเป็นองค์กรอิสระ ปราศจากการแทรกแซง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นต่อวงการกีฬาไทยในเวทีนานาชาติ
นายสุรศักดิ์ ระบุว่า เดิมโรดแมปการจัดตั้งกระทรวงกีฬาใช้เวลาประมาณ 3 ปี แต่ขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะดำเนินการได้เร็วกว่ากำหนด โดยคาดว่าเร็วที่สุดอาจเกิดขึ้นภายในสิ้นปี 2569 หรืออย่างช้าในปี 2570
ขณะเดียวกัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังมีแผนรื้อฟื้นการแข่งขันฟุตบอล "ไพรมินิสเตอร์ คัพ" ชิงถ้วยรางวัลนายกรัฐมนตรี กลับมาแข่งขันอีกครั้ง ครอบคลุมเยาวชนรุ่นอายุ 14, 16 และ 18 ปี รวมถึงการแข่งขันระดับประชาชนทั่วประเทศ
การแข่งขันจะเริ่มตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศที่กรุงเทพมหานคร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากรอบงบประมาณในการดำเนินโครงการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของการนำฟุตบอลไพรมินิสเตอร์กลับมา ไม่ใช่เพียงสร้างการแข่งขัน แต่เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประเทศได้เล่นกีฬาอย่างทั่วถึง และค้นหา "ช้างเผือก" จากทุกจังหวัดเข้าสู่เส้นทางนักฟุตบอลทีมชาติและนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งหากสามารถสร้างนักกีฬาคุณภาพได้ ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของภาครัฐในระยะยาว




