ศาลสูงสุดยุโรปได้มีคำพิพากษายกคำร้องอุทธรณ์ของ Google พร้อมยืนยันบทลงโทษปรับเป็นจำนวนเงิน 4.1 พันล้านยูโร (ราว 3.5 พันล้านปอนด์) จากกรณีที่คณะกรรมาธิการยุโรปสั่งปรับฐานใช้ระบบปฏิบัติการมือถือ Android กีดกันคู่แข่ง ซึ่งถือเป็นโทษปรับมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่คณะกรรมาธิการยุโรปเคยลงโทษ Google

เดิมทีคณะกรรมาธิการยุโรปได้สั่งปรับ Google เป็นเงิน 4.3 พันล้านยูโรในปี 2018 ก่อนจะมีการปรับลดมูลค่าลงเหลือ 4.1 พันล้านยูโรในปี 2022 โดยข้อกล่าวหาหลักระบุว่า Google พยายามผูกขาดตลาดผ่าน 3 พฤติกรรม ได้แก่ บังคับให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตต้องติดตั้งแอป Google Search และเบราว์เซอร์ Chrome มาพร้อมเครื่องเพื่อแลกกับการเข้าถึง Play Store, จ่ายเงินให้ผู้ผลิตและค่ายมือถือรายใหญ่เพื่อแลกกับการติดตั้ง Google Search แบบเอกสิทธิ์เฉพาะ และข่มขู่ไม่ให้ผู้ผลิตขายอุปกรณ์ที่ใช้ Android เวอร์ชันดัดแปลงอื่น ๆ

ด้านตัวแทนของ Google ออกมาแถลงแสดงความไม่เห็นด้วย โดยระบุว่าคำตัดสินดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่บริษัทลงทุนเพื่อให้ระบบ Android เป็นระบบเปิดและใช้งานได้ฟรี อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับเปลี่ยนข้อตกลงเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งซื้อเดิมตั้งแต่เมื่อปี 2018 แล้ว และจะยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาสิ่งใหม่ต่อไป

คดีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google และบริษัทแม่อย่าง Alphabet ถูกยุโรปสั่งปรับ โดยในเดือนกันยายน 2024 เคยถูกปรับ 2.4 พันล้านยูโรฐานใช้อำนาจเหนือตลาดเอื้อประโยชน์ให้ระบบค้นหาสินค้าของตนเอง และในเดือนกันยายน 2025 ถูกปรับอีก 2.95 พันล้านยูโรข้อหาละเมิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าจากการจัดอันดับโฆษณาออนไลน์เอื้อประโยชน์ให้พวกเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ค่าปรับในยุโรปนี้ยังไม่ใช่สถิติสูงสุด เนื่องจากในเดือนตุลาคม 2024 ศาลรัสเซียเคยสั่งปรับ Google เป็นเงินจำนวนมหาศาลถึง 2 อันเดซิลเลียนรูเบิล (เลข 2 แล้วตามด้วยเลขศูนย์ทั้งหมด 36 ตัว) ซึ่งเป็นมูลค่าที่มากกว่าจีดีพี (GDP) ของทั้งโลกรวมกัน จากคดีจำกัดการเข้าถึงช่องสื่อของรัฐบาลรัสเซียบน YouTube