ฮอร์มุซวิกฤต! สหรัฐฯ-อิหร่าน แย่งสิทธิ์คุมน่านน้ำเดือด ไออีเอ เตือนอุปทานตึงตัวหนัก หลังอิหร่านขู่เข็นกฎหมายแบนเรือ "ประเทศปฏิปักษ์" ขณะที่ "ทรัมป์" ยันกองทัพสหรัฐฯ คุมน่านน้ำเบ็ดเสร็จเพียงผู้เดียว

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงและยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 6 กำลังกลายเป็นวิกฤตการณ์พลังงานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้เส้นทางลำเลียงพลังงานหลักต้องหยุดชะงักอย่างหนัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับสากล ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกในขณะนี้ลดลงอย่างรวดเร็วในอัตราที่น่ากังวล โดยมีรายงานว่าทั่วโลกต้องดึงน้ำมันจากคลังสำรองออกมาใช้เพื่อประคับประคองสถานการณ์รวมแล้วกว่า 410 ล้านบาร์เรล ท่ามกลางคำเตือนจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่ระบุว่าตลาดน้ำมันกำลังเผชิญกับภาวะขาดดุลอย่างรุนแรงและอุปทานจะตึงตัวต่อเนื่องหากความขัดแย้งยังหาข้อยุติไม่ได้

แม้ในระดับการทูตจะมีความพยายามจากผู้แทนเจรจาของอิหร่านและโอมานที่เห็นพ้องในแนวทางการเดินเรือ แต่ความหวังที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งยังคงเลือนลาง เนื่องจากเงื่อนไขสำคัญขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเป็นหลัก ซึ่งในขณะนี้กำแพงแห่งความขัดแย้งยังคงสูงลิ่ว โดยเฉพาะเมื่ออิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายใหม่ที่จะสั่งห้ามเรือจากสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศที่เป็นปฏิปักษ์สัญจรผ่านน่านน้ำแห่งนี้โดยเด็ดขาด ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงและอาจพุ่งทะยานขึ้นอีกในอนาคต

ทางด้านการอ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศกร้าวหลายครั้งว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ซาอุดีอาระเบียและอิรักใช้ส่งน้ำมันสู่ตลาดโลก อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพสหรัฐฯ อย่างสมบูรณ์ โดยทรัมป์อ้างว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่จนหมดสิ้น และย้ำชัดว่าอิหร่านไม่มีอำนาจเหนือเส้นทางนี้ แต่เป็นสหรัฐฯ ที่มีความสามารถในการควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวและยืนยันว่าจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้มีการเดินเรืออย่างเต็มรูปแบบ จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ยื่นข้อเสนอไปก่อนหน้านี้ ซึ่งประกอบด้วยข้อเรียกร้องสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านและหยุดโจมตีกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลและมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด การชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากภาวะสงคราม และการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัติไว้ในต่างประเทศ ซึ่งเงื่อนไขที่ตึงเครียดเหล่านี้ทำให้บทสรุปของสงครามพลังงานครั้งนี้ยังคงมืดมนและสร้างความหวั่นวิตกไปทั่วโลก