วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569
2 ก.ค. 2569 10:08 | 44 view
@ekapon
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิปรายสรุปร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2570 ก่อนสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติวาระที่ 1 ระบุว่า รัฐบาลตั้งใจจัดทํางบประมาณแบบใหม่ โปร่งใส เปิดข้อมูล และยอมรับข้อจํากัดทางการคลังตามความเป็นจริง
.
นายเอกนิติ กล่าวว่า งบประมาณไม่ใช่เครื่องมือเดียวของรัฐบาล แต่ต้องใช้ร่วมกับรัฐวิสาหกิจ กองทุนนอกงบประมาณ สถาบันการเงินของรัฐ และ PPP เพื่อพลิกเศรษฐกิจไทยที่โตต่ํากว่าศักยภาพ และขีดความสามารถการแข่งขันเริ่มถดถอย
ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าระยะปานกลางให้ไทยกลับขึ้นสู่ 20 อันดับแรกของโลกด้านความสามารถแข่งขันภายใน 4 ปี และเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจให้โตเกิน 3% พร้อมทํางานกับภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก เพื่อยกระดับไทยเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี
นายเอกนิติ กล่าวว่า ระยะสั้นรัฐบาลต้องเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งงบปี 2569 ที่จํากัด การขาดดุลสูงถึง 4.4% ของจีดีพี แรงกดดันจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ วิกฤตพลังงานโลก ค่าครองชีพสูง และเงินเฟ้อที่กระทบประชาชนโดยตรง รัฐบาลจึงต้องออกมาตรการช่วยคนตัวเล็ก พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ผ่านโครงการไทยช่วยไทย เพื่อหยุดวงจรเศรษฐกิจที่อาจลามไปสู่การเลิกจ้าง โดยนํา AI “นกกระซิบ” ช่วยวิเคราะห์ต้นทุน ทําบัญชี และเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารรัฐ
สําหรับงบปี 2570 รัฐบาลจะไม่ใช้วิธีเดิมที่ตั้งงบไม่เต็ม หรือซ่อนรายจ่ายประจําไว้จนต้องไปใช้เงินคงคลังภายหลัง แต่จะเปิดแผลให้เห็นชัด เพื่อแก้ให้ถูกจุด
รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลงบประมาณในรูปแบบ Excel และไฟล์ที่นําไปวิเคราะห์ต่อได้ เพื่อให้สภา สื่อมวลชน นักวิชาการ และประชาชนตรวจสอบได้สะดวกขึ้น พร้อมประกาศแผนความยั่งยืนทางการคลังระยะปานกลาง ลดการขาดดุลให้ต่ํากว่า 3% ภายในปี 2572
นายเอกนิติ กล่าวว่า ปี 2570 รัฐบาลจะลดการขาดดุลลงเหลือ 3.9% ของจีดีพี ความชัดเจนดังกล่าวช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการคลังของประเทศ และมีผลต่อมุมมองของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งเกี่ยวข้องกับต้นทุนการเงินของภาคธุรกิจและประชาชน
ส่วนกรณีงบลงทุนดูเหมือนลดลงประมาณ 70,000 ล้านบาท เป็นผลจากการนํารายจ่ายประจําและงบสวัสดิการที่เคยซ้ําซ้อนหรือไม่ตั้งเต็ม มาตั้งไว้ให้ตรงความจริง เพื่อทําให้ฐานะการคลังโปร่งใสและยั่งยืนขึ้น
รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้หยุดลงทุน แต่เปลี่ยนวิธีระดมเม็ดเงินผ่านเครื่องมืออื่น เช่น งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 270,000 ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐาน Smart Grid พลังงานสะอาด BOI อุตสาหกรรมอนาคต Data Center และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการเร่งปลดล็อกกติกาเพื่อดึงเงินลงทุนจริงกว่า 900,000 ล้านบาท
ขณะที่เป้าหมายของรัฐบาลคือใช้งบประมาณจํากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ คนตัวเล็ก และผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมวางรากฐานทักษะดิจิทัล AI และระบบเศรษฐกิจใหม่ให้คนไทยมีรายได้สูงขึ้น
"รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาฯ เพื่อนําไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการอย่างรอบคอบ พร้อมเชิญชวนทุกฝ่ายร่วมกันพลิกวิกฤตเป็นโอกาส กอบกู้เศรษฐกิจ และสร้างความหวังใหม่ให้ประชาชนไทย" นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าว
2 ก.ค. 2569 10:45 32 views
ข่าว
2 ก.ค. 2569 10:44 33 views
ข่าว
2 ก.ค. 2569 10:44 40 views
ข่าว
2 ก.ค. 2569 10:43 29 views
ข่าว
2 ก.ค. 2569 10:08 45 views
ข่าว
2 ก.ค. 2569 09:57 54 views
ข่าว
2 ก.ค. 2569 09:54 38 views
ข่าว
2 ก.ค. 2569 09:52 43 views
ข่าว
2 ก.ค. 2569 09:45 40 views
ข่าว
1 ก.ค. 2569 16:56 91 views
ข่าว
1 ก.ค. 2569 16:43 195 views
ข่าว
1 ก.ค. 2569 16:14 96 views
ข่าว
1 ก.ค. 2569 16:05 38 views
ข่าว
1 ก.ค. 2569 15:32 659 views
ข่าว
1 ก.ค. 2569 15:23 87 views
ข่าว
1 ก.ค. 2569 15:05 126 views