×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569

?>

"ทักษิณ"ลุ้นด่านสุดท้าย คณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ต้องติดกําไล EM หรือไม่

 29 เม.ย. 2569 11:48 | 600 view

 @pracha

Facebook X Share

"ทักษิณ"ลุ้นผลคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ต้องติดกําไล EM หรือไม่ หลังคุณสมบัติผ่าน 2 ด่านแล้ว เผยปล่อยตัวคุมประพฤติบ้านจันทร์ส่องหล้า อีก 4 เดือน เปิด 9 เงื่อนไขสําคัญ ไร้ข้อห้ามข้องเกี่ยวการเมือง เว้นส่อกระทําผิดซ้ํา ด้าน"อธิบดีกรมราชทัณฑ์"เผยนําโปรไฟล์ผู้ต้องขังทั่วประเทศเกิน 500 รายที่ผ่านเกณฑ์พักโทษเข้าหารือที่ประชุม ระบุวันนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย

จากกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการคุมขังภายในเรือนจํากลางคลองเปรม แดนพยาบาล จากคําสั่งบังคับโทษ 1 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งปัจจุบันนายทักษิณ ได้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจําฯ เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 20 วัน และเตรียมจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยจะครบกําหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี หรือ 8 เดือน โดยนายทักษิณ จะได้รับการพักโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจํากลางคลองเปรม เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติ ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ต่อจากนั้นจะครบกําหนดโทษ 1 ปี ในวันที่ 9 ก.ย.69 พ้นโทษและเป็นอิสรภาพโดยสมบูรณ์

โดยในขั้นตอนพิจารณาการพักการลงโทษกรณีทั่วไป สําหรับผู้ต้องขังเด็ดขาด จะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจาก 3 คณะกรรมการ ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจํา 2.คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ และ 3.คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งปัจจุบันนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษมาแล้ว 2 คณะ คือ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจํา และคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จึงยังเหลือเพียงการพิจารณาเห็นชอบสุดท้าย โดยคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ในการประชุมวันนี้ (29 เม.ย.69) โดยมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจาก นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ แทน

ล่าสุดวันนี้ (29 เม.ย.69) เวลา 09.00 น.ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า สําหรับการประชุมของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม องค์ประชุมของคณะกรรมการฯ จะประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสํานักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กํากับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อํานวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อํานวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กําหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กําหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ จะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนําเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทําและการกระทําความผิดที่ได้กระทํามาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บําบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจํา ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกําหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 นํามาพิจารณาประกอบด้วย และเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ก็ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจําทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตํารวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร และนักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กําหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกําหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกําหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562

รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุอีกว่า สําหรับเอกสารแสดงความประสงค์เรื่องสถานที่คุมประพฤติพักโทษครั้งนี้ของ นายทักษิณ ชินวัตร ทางทนายความได้แจ้งเป็นบ้านเลขที่ 472 ซ.จรัญสนิทวงศ์ 69 แขวงและเขตบางพลัด กรุงเทพมหา นคร หรือ บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งมีรายชื่อของผู้อุปการะที่จะให้ความดูแลนายทักษิณระหว่างการคุมประพฤติเรียบร้อยแล้ว

รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรมระบุอีกว่า หากวันนี้ นายทักษิณได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรมให้ได้รับการพักโทษคุมประพฤติ นายทักษิณจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือน จึงจะครบกําหนดโทษ 1 ปี ในวันที่ 9 ก.ย.69 และพ้นโทษตามขั้นตอน หลังเข้ารับโทษในเรือนจําฯ มาแล้ว 8 เดือน นับแต่วันที่ 9 ก.ย.68 ส่วนเรื่องการติดกําไล EM ระหว่างคุมประพฤติหรือไม่นั้น ทางกรรมการในที่ประชุมจะได้มีการหารืออย่างถี่ถ้วน เนื่องด้วยนายทักษิณถือเป็นผู้ต้องขังสูงวัยที่มีอายุเกินกว่า 70 ปีขึ้นไป และมีโรคประจําตัวที่ต้องใช้ยารักษาต่อเนื่องเป็นประจําอยู่แล้ว ฉะนั้น จึงต้องรับฟังเหตุผลข้อหารือของกรรมการแต่ละหน่วยงานด้วย รวมถึงกรณีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องการข้องเกี่ยวกับทางการเมือง ที่ถึงแม้ระเบียบการพักการลงโทษจะไม่ได้ห้ามไว้ แต่ก็สามารถเป็นเรื่องการหารือในส่วนของเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ หากมีความจําเป็น

รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม อธิบายถึงเงื่อนไขการคุมความประพฤติสําหรับผู้ได้รับการพักการลงโทษ ผ่าน 9 ข้อสําคัญ ดังนี้

1.ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติที่สํานักงานคุมประพฤติท้องที่ภายใน 3 วันนับแต่ได้รับการปล่อยตัว และต่อไปให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามที่พนักงานคุมประพฤติกําหนดจนกว่าจะพ้นโทษ

2.ต้องพักอาศัยอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามบ้านเลขที่ที่แจ้งไว้และห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่ติดธุระสําคัญและต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติก่อน

3.ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงานผู้มีอํานาจตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับนั้น ต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง

4.ให้ประกอบอาชีพสุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทํางานหรือย้ายงานใหม่ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง

5.ให้ปฏิบัติตามคําแนะนําตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมคุมประพฤติกําหนด

6.ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน เสพยาเสพติด และกระทําความผิดขึ้นอีก

7.ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด

8.ห้ามเยี่ยมเยียนและติดต่อกับนักโทษที่ไม่ใช่ญาติซึ่งกําลังต้องโทษอยู่

และ 9.ต้องแสดงหนังสือสําคัญการปล่อยตัวต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจําเมื่อมีการเรียกให้แสดง และหากหนังสือสําคัญการปล่อยตัวสูญหายให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติ

"หากผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือลดวันต้องโทษจําคุกประพฤติผิดเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่อาจจับกุมตัวกลับมาคุมขังอีกโดยไม่ต้องมีหมายจับ ทั้งจะต้องถูกลงโทษทางวินัยอีกด้วย และนอกจากนี้ การขอย้ายที่อยู่และเปลี่ยนผู้อุปการะต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบล่วงหน้าและให้ผู้อุปการะใหม่ให้คํารับรองต่อพนักงานคุมประพฤติหรืออาสาสมัครคุมประพฤติ พร้อมย้ําว่า ในระหว่างการคุมความประพฤติ ผู้ถูกคุมความประพฤติยังคงเป็นนักโทษ ดังนั้น จึงไม่สามารถอุปสมบทหรือเกณฑ์ทหารได้"

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากกระทรวงยุติธรรม ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่ามีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ได้ทยอยเดินทางมาแล้ว อาทิ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่พบว่าทีมงานมีการนําเอากล่องลังเอกสารมาด้วยจํานวนมาก

โดย พ.ต.ท.ประวุธ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า วันนี้ทางกรมราชทัณฑ์เตรียมเอกสารทั่วไปเป็นโปรไฟล์ของผู้ที่อยู่ในงเข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษจากทั่วประเทศ เกินกว่า 500 รายแน่นอน และอดีตนายกรัฐมนตรีก็คือ 1 ในนั้น เพราะปกติแล้วรอบหนึ่งก็ประมาณพันว่าคน อย่างไรก็ตาม เรื่องเงื่อนไขการติดหรือไม่ต้องติดกําไล EM หรือเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับการหารือในที่ประชุมของคณะกรรมการฯ สําหรับวันนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูผลการพิจารณาต่อไป

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

"รัฐ"กู้วิกฤตกุ้ง! เปิดตลาดจีนแทนมาเลเซีย เปิด 13 แผนกู้วิกฤตกุ้ง รับได้ 400 ตัน/เดือน

8 มิ.ย. 2569 11:35 53 views

ข่าว

ระทึกไฟไหม้ย่านปทุมวัน ! เจ็บ 3 ราย ล่าสุด คุมเพลิงได้แล้ว ตร.เร่งสาเหตุ

8 มิ.ย. 2569 11:29 146 views

ข่าว

ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการ CASH OUT ตัดวงจรเครือข่ายสแกมเมอร์ ฟอกเงินผ่านการซื้อสินค้าจากห้างดัง

8 มิ.ย. 2569 11:24 40 views

ข่าว

รมช.ดีอี โต้ปมโฆษณา TH-AI ร้านสะดวกซื้อ "นันทนา" ขยี้ งบ 621 ล้าน คุ้มจริงหรือ?

8 มิ.ย. 2569 11:19 57 views

ข่าว

นายกฯ เดินทางถึงฮานอย เริ่มภารกิจเยือนเวียดนาม

8 มิ.ย. 2569 10:59 84 views

ข่าว

สางปมคน-ช้างป่านครนายก "สว.อังกูร"กางแผน 20 ปี ดันคนปลอดภัยช้างป่าอยู่รอด

8 มิ.ย. 2569 10:36 63 views

ข่าว

"กรมที่ดิน"แจงเหตุไม่เพิกถอนที่ดินเขากระโดง โบ้ยหลักฐาน รฟท. ไม่ชัด 995 แปลง

8 มิ.ย. 2569 10:30 98 views

ข่าว

ปคบ.ลุย 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทลายเครือข่ายค้าบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้าข้ามชาติ

8 มิ.ย. 2569 10:20 58 views

ข่าว

ราคาทองวันนี้ 8 มิ.ย. 69

8 มิ.ย. 2569 09:37 77 views

ข่าว

ราคาน้ํามันวันนี้ 8 มิ.ย. 69

8 มิ.ย. 2569 09:33 55 views

ข่าว

รัฐบาลโชว์ผลงาน 7 วันแรกไทยช่วยไทยกวาด 1.6 หมื่นล้าน! ดีเดย์ มิ.ย. หั่นค่าไฟบ้านเหลือ 3 บาท

8 มิ.ย. 2569 09:05 97 views

ข่าว

รัฐบาลจับมือ อปท. ลุยตรวจสายตาเด็กไทย เผย 7 เดือนแรกแจกแว่นฟรีทะลุ 1.4 หมื่นคน

8 มิ.ย. 2569 09:04 74 views

ข่าว

คลังรื้อเกณฑ์ด่วน! นายกฯ สั่งเคลียร์ปมลูกสวมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีทําพ่อแม่หลุด "บัตรคนจน" ขู่ตัดพวกไม่จนจริง

8 มิ.ย. 2569 08:59 141 views

ข่าว

แผ่นดินไหวใหญ่เขย่ามินดาเนา จับตาสึนามิ

8 มิ.ย. 2569 08:36 240 views

ข่าว

อนุชา จวกส่วย กทม. "หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก" แซะเดือด คนกทม. รู้กันหมด อิสระจริงไม่จริง ไม่อยากพูดมาก

7 มิ.ย. 2569 12:14 162 views

ข่าว

ปคม. บุกพระราม 2 ทลายร้านนวดบังหน้า ลวงเด็ก 16-17 ปี ค้าประเวณี หักหัวคิวอ่วม-ป่วยยังบังคับรับงาน

7 มิ.ย. 2569 12:10 323 views