วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569
26 เม.ย. 2569 11:43 | 690 view
@pracha
ณัฐพงษ์’ หัวหน้าตามเดิม "พิจารณ์" เลขาฯ นําทัพรีเซ็ตพรรคประกาศสู้ระบอบอุปถัมภ์ เดินเกม ‘ครม.เงา-เร่งปั้นผู้สมัครทั่วประเทศ‘ ตั้งเป้า 4 หมุดหมาย เตรียมปลุกเมล็ดพันธ์ทางความคิดในชุมชน ลั่น ไม่มีทําการเมืองแบบแจกของ สร้างบุญคุณปชช. ชี้อุปสรรคที่สําคัญของประเทศ คือระบอบกินรวบที่กําลังกัดกิน
26 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงแรมเมเปิ้ล บางนา กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนจัดการประชุมใหญ่สามัญประจําปีพรรคประชาชน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีแกนนําพรรค อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายวีระยุทธ์ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรค นายศรายุทธิ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรค นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โดยในเวลา 09.25 น. นายณัฐพงษ์ กล่าวเปิดการประชุมชี้แจงการปรับโครงสร้างใหม่ รวมถึงทิศทางการทํางานตรวจสอบรัฐบาลและทิศทางการขับเคลื่อนพรรคในอนาคต ว่า วันนี้เป็นวาระการประชุมใหญ่สามัญของพรรคอย่างเป็นทางการ แต่จริงๆ แล้วเรามีการสัมมนาร่วมกันตลอดสองวันที่ผ่านมา ซึ่งตนเชื่อว่าช่วงเวลาสองวันที่ผ่านมา เราไม่ได้พูดคุยกันแค่เรื่องปัญหาภายในพรรค แต่สิ่งที่เราพูดคุยกันคือปัญหาและอนาคตของประเทศ ซึ่งสิ่งสําคัญคือการที่พวกเราจะทําอย่างไรให้พรรคประชาชนเป็นยานพาหนะที่จะนํามาซึ่งการสร้างการเปลี่ยนแปลง ไปสู่สังคมที่ดีกว่าอย่างแท้จริง
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หัวข้อที่เราพูดคุยกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่เป็นประเด็นที่เราได้รับเสียงสะท้อนมาตั้งแต่หลังเลือกตั้งและต้องยอมรับกันว่าหลังการเลือกตั้งหลายอย่างเกิดความไม่ชัดเจนขึ้นในสังคม จากที่ได้พูดคุยและตกผลึก สร้างความคิดร่วมกัน และสามารถสร้างความชัดเจนขึ้นได้ ทั้งในองคาพยพของพรรค และความชัดเจนที่จะนําเสนอต่อสังคม 3 ความชัดเจน คือบุคลากร การทํางานของพรรคและอุปสรรคที่สําคัญของประเทศ รวมถึง 4 หมุดหมายที่สําคัญที่เราจะนําเสนอต่อประชาชนคนไทยว่าเมื่อเรามีความชัดเจนในข้อนี้แล้วอะไรเป็นหมุดที่สําคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2569
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า โดยความชัดเจนแรกตนขอแสดงความยินดีกับ 10 สส. ที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อในสภาผู้แทนราษฎรกับทุกคนต่อ ความชัดเจนที่สองคือความชัดเจนของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่เราจะนําเสนอในระเบียบวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยที่ผ่านมาเราถูกบีบว่าพรรคประชาชนจะต้องเลือกทําทางไหน สังคมตั้งคําถามกับเราว่าจะเป็นพรรคเชิงกระแสหรือเป็นพรรคที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปทํางานในพื้นที่ เลือกทําการเมืองแบบที่พรรคอื่นทําในอดีต

“การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเลือกทางเดินทางหนึ่งได้ เราต้องเลือกทั้งสองอย่างอย่างดีที่สุดโดยพร้อมพร้อมกัน มีข้อเสนอจากเพื่อนสมาชิกว่าทํางานทางความคิดต้องเริ่มอย่างเข้มข้นและต้องเริ่มจากพรรค มีข้อเสนอว่าเราจะไปทํางานความคิดกับประชาชนได้อย่างไร หากองคาพยพยังมีความคิดและความเชื่อไม่ตรงกัน นี่เป็นสิ่งสําคัญและตนให้คํามั่นสัญญากับเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้บริหารของพรรคเราจะเน้นการทํางานทางความคิดให้เข้มข้นทั้งภายในพรรคและภายนอกพรรคอย่างต่อเนื่องต่อไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การทํางานทางความคิดเพียงอย่างเดียวย่อมไม่สามารถที่จะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ ซึ่งต้องทํางานในพื้นที่ด้วยอย่างเข้มข้นด้วย และจะมีการจัดตั้งแกนนําในชุมชนต่างๆ เพื่อปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชนและคนรุ่นหลัง การทํางานพื้นที่ของเราจะไม่มีวันไปทํางานประเภทแจกของหรือสร้างบุญคุณตามตอบแทนกับประชาชน ประชาชนไม่จําเป็นต้องมาติดหนี้พวกเราในฐานะนักการเมือง เราต้องรับใช้พวกเขา มีข้อเสนอจากเพื่อน สส. ว่าการทํางานจัดตั้งมวลชนของพวกเราคือการชวนให้เขามาเป็นเจ้าของประเด็น ร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปพร้อมกับเรา
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยในวันนี้สิ่งสําคัญไม่ใช่อุปสรรคภายนอก หากเรามีระบบรัฐบาลและการเมืองในประเทศที่เข้มแข็ง มีรัฐบาลที่ไม่มีสีเทา สมาชิกรัฐสภาไม่ได้ถูกครอบงํา โดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างที่ไม่ควรจะเป็น หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ว่าอุปสรรคภายนอกจะร้ายแรงแค่ไหน ประชาชนก็ยังคาดหวังสิ่งที่ดีกว่าได้เสมอ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เห็นได้จากวิกฤตพลังงานที่ผ่านมา ใครที่มีเส้นสายกับบ้านใหญ่หรือกลุ่มทุนพลังงานก็อาจเข้าสู่ทรัพยากรได้เร็วกว่าคนตัวเล็กตัวน้อย สิ่งสําคัญของเราต่อจากนี้คือการล็อคเป้า และชี้เป้าให้คนไทยทั้งประเทศเห็นภาพร่วมกับเราชัดๆ ไม่ว่าเขาจะเคยเลือกพรรคการเมืองใดในอดีตก็ตาม แต่อุปสรรคและศัตรูของประชาชนที่สําคัญในประเทศนี้ ไม่ใช่วิกฤติพลังงานเฉพาะหน้า หรือวิกฤตต่อๆ ไป ที่ถาโถมในอนาคต แต่คือวิกฤตภายในของพวกเราเอง
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า เราจะต่อสู้กับระบอบการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองมุ้งใหญ่อย่างไร องค์กรอิสระ หรือสมาชิกวุฒิสภา ระบบราชการที่ไม่มีความโปร่งใส และไม่ยึดโยงกับประชาชน เป็นภารกิจหน้าที่ของเราทุกคน การสื่อสารของพวกเราต่อจากนี้ ต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่สําคัญของประเทศคือระบอบกินรวบที่กําลังกัดกินประเทศนี้อยู่ ทั้งนี้ สําหรับ 4 หมุดหมาย คือ 1.เตรียมเปิดตัวคณะรัฐมนตรีเงาที่จะทําหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า 2.ขับเคลื่อนกรรมาธิการทั้ง 9 คณะ ต้องขอชื่นชมทีมเจรจาที่ทําให้เราได้คณะกรรมาธิการที่ดีมาก และสามารถขับเคลื่อนประเด็นที่เราตั้งใจในสภาฯ ชุดนี้ได้ 3.การทํางานยุทธศาสตร์พื้นที่ พรรคได้ตั้งทีมทํางานขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง เราเตรียมพร้อมจะเคาะผู้สมัครให้เร็ว ภายในเดือนกรกฎาคม ให้ลงไปทํางานในพื้นที่ ให้มีเวลาในการเข้าไปนําเสนอนโยบาย และปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชน ส่วนในเรื่องของปัญหาคุณสมบัติผู้สมัคร ยิ่งเราเคาะผู้สมัครได้เร็ว ประชาชนก็ยิ่งมีโอกาสเข้ามาตรวจสอบผู้สมัครของเราได้เร็ว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 4.การเลือกตั้งท้องถิ่น เราเห็นแล้วว่า ลําพูนโมเดล การเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ เรายังเดินหน้าและเอาจริงกับสนามการเลือกตั้งท้องถิ่นเช่นกัน และสมาชิกพรรคเสนอให้มีการเคาะตัวผู้สมัครการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นให้เร็วเช่นเดียวกัน นอกจาก สนามพัทยาและ กทม. เชื่อว่า ภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทีมกรุงเทพฯ ทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. จะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีของชาวกรุงเทพฯ แน่นอน ขอบคุณสมาชิกทุกคนอีกหนึ่งครั้งที่ยังมีสปิริต และยังเชื่อในความเป็นพรรคมวลชนของพวกเรา ซึ่งหมายถึงทุกคนในพรรค มีส่วนร่วมเข้ามากําหนดทิศทางอย่างแท้จริง
จากนั้นเวลา 09.40 น. นายณัฐพงษ์ ได้เสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดํารงตําแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนนายศรายุทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคซึ่งลาออก คือนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นอกจากนี้ยังมีน.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีตสส.นครปฐม ดํารงตําแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค และนายณัฐพงษ์ ยังคงดํารงตําแหน่งหัวหน้าพรรค รวมถึงตําแหน่งอื่นๆ ยังคงเดิม
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ ยังทิ้งท้าย ด้วยคําพูดของนายวีรยุทธ ว่า ตลอดช่วง 2 วันที่ได้สื่อสารกับสมาชิกพรรคประชาชน ว่า กรรมการบริหารพรรคทุกคนพร้อมทํางานอย่างเต็มที่รับใช้สมาชิกพรรคและคนไทยทุกคน ปัจจุบันเราอยู่ในยุคโซเชียลมีเดียที่ปัจเจกบุคคลลุกมาเด่นดังได้ ในขณะเดียวกันเรามีสงครามเฟคนิวส์ที่ปล่อยข่าวโจมตีพวกเราเป็นรายวัน ขบวนการสายก้าวหน้าจะขับเคลื่อนอย่างมีพลัง และเดินหน้าได้แท้จริง เราต้องรักษาขบวนการเป็นหลัก และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปัจเจกกําลังโด่งดังแต่กระบวนการกําลังพังทลาย ซึ่งไม่เชื่อว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน ถ้าพวกเรารักษาสปิริต ข้อบังคับพรรค วินัยพรรค และการครองตนที่ดี ความเป็นประชาธิปไตยคุยกันอย่างเต็มที่ตกผลึกกันภายในพรรค ภายนอกพรรคขับเคลื่อนไปอย่างมีเอกภาพและเป็นพลัง โดยเชื่อว่าเราจะเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 13:19 44 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 11:35 93 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 11:29 401 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 11:24 71 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 11:19 87 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 10:59 112 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 10:36 90 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 10:30 118 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 10:20 71 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:37 90 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:33 71 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:05 121 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:04 92 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 08:59 164 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 08:36 260 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:14 173 views