วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569
2 มี.ค. 2569 15:27 | 911 view
@pracha
ด่วน! CIB ออกหมายจับ 'เบนสมิธ-ภรรยา' พบหลักฐานหลอกลงทุนข้ามชาติ ลุยค้น 6 จุดเป้าหมาย
2 มี.ค.2569-เพจตํารวจสอบสวนกลาง โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า CIB ออกหมายจับ เบน สมิธ – ภรรยา พบหลักฐานชัด หลอกลงทุนข้ามชาติ ลุยค้นเป้าหมาย-บริษัท รวม 6 จุด ยึดของกลางขยายผลต่อ ประสาน ปปง. ดําเนินการมูลฐานฟอกเงินเต็มที่
มีรายงานว่า ตํารวจกองปราบปรามรวบรวมพยานหลักฐาน จนศาลอนุมัติหมายจับ นายเบน สมิธ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1155/2569 ลง 26 ก.พ.69 และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1156/2569 ลง 26 ก.พ.69 ซึ่งต้องหาว่ากระทําความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทําความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทําความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบ และได้ร่วมกันฟอกเงิน”
จากการสืบสวนพฤติการณ์ของนายเบน สมิธ กับพวก พบมีผู้เสียหายนักลงทุนชาวต่างชาติได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลงทุนข้ามชาติ และผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า นายเบน สมิธ พร้อมภรรยา ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายให้ลงทุนต่อเนื่องหลายโครงการ ทั้งหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบินเจ็ท และธุรกิจพลังงาน โดยวิธีการสร้างความน่าเชื่อถือต่างๆ จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ถูกหลอกเงิน ไปกว่า 1,000 ล้านบาท

จากการสืบสวนสอบสวนพบพฤติการณ์เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2559 นักลงทุนชาวต่างชาติ (ผู้เสียหาย) ต้องการขยายการลงทุนเข้ามาในประเทศไทย และได้รู้จักกับ เบน สมิธ อ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ และแนะนําด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ในครั้งแรกได้ แนะนํานักธุรกิจและนักการเมืองให้ร่วมลงทุนซื้อหุ้น บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จํากัด (มหาชน) โดยได้มีการลงทุนกันจริง จนผู้เสียหายไว้วางใจ ต่อมา นายเบน สมิธ อาศัยจังหวะนี้หลอกเงินผู้เสียหายให้ลงทุนในหุ้นเพซ 700 ล้านบาท โดยให้เจ้าของบริษัทหุ้นเพส ทําสัญญากู้ยืมเงินและออกเช็คค้ําประกันผลตอบแทน 7% และ 11% เป็นเงินกว่า 762 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจ แต่ให้นางแคทรียา เป็นผู้บริหารการลงทุนในหุ้นนี้ มีระยะเวลาการบริหารกว่า 1 ปี โดยในห้วงที่ผู้เสียหายยังเชื่อมั่นไว้วางใจนายเบน สมิธ กับพวก ประกอบกับมีการเดินทางไปดูโครงการต่าง ๆ หลายประเทศ นายเบน สมิธ อาศัยโอกาสนี้ ชวนซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ราคา 255 ล้านบาท เพื่อให้เช่าและใช้ส่วนตัว โดยหลอกเงินมัดจําจากผู้เสียหายไป 21 ล้านบาท เดือนต่อมา นายเบนอาศัยความสนใจของผู้เสียหายในการลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้า หลอกเงินผู้เสียหายไปอีก 126 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะไปร่วมกับนักลงทุนไทยเพื่อทําธุรกิจ กับการไฟฟ้าแห่งประเทศไทยซ้ําอีก จนกระทั่งผู้เสียหายพบว่า หุ้นเพซ ไม่มีความเคลื่อนไหว ตามที่ตกลงกันไว้ คนในเครือข่ายของนายเบน จึงเสนอให้จ่ายเงินค่ามัดจําคอนโด 7 ห้องและค่าบิวท์อิน เป็นเงิน 144 ล้านบาท เพื่อตกแต่งและขายให้ได้เงินคืนผู้เสียหายพร้อมค่าตอบแทนที่สูงกว่าที่ได้ตกลงกันไว้ และปี 2565 ผู้เสียหายยังไม่ได้รับส่งมอบห้องชุดตามที่ตกลงกัน จึงได้ติดต่อทวงถามมีการบ่ายเบี่ยง และได้ทราบภายหลังว่าห้องชุดทั้งหมดถูกโอนกรรมสิทธิ์ไปยังบุคคลอื่นทั้งหมดแล้ว จึงทราบว่าถูกหลอกลวง

จากการสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานพบว่านายเบน กับภรรยา หลอกลวงเอาทรัพย์สินจากผู้เสียหายโดยอ้างธุรกิจต่าง ๆ หลายครั้ง ต่อเนื่องกัน แต่ไม่ได้นําเงินไปดําเนินการตามที่ได้ตกลงกันไว้แต่แรก ซึ่งเข้าลักษณะการฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ในชั้นนี้ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายเบน กับภรรยา ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง และฟอกเงิน ทั้งนี้ได้ขออนุมัติหมายค้นจํานวน 6 จุด ในพื้นที่ภาคกลางเพื่อตรวจค้นหาพยานเอกสาร พยานบุคคล นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดี และในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ชุดสืบสวนสอบสวน คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเข้าปฏิบัติการตรวจค้นตามจุดดังกล่าว ทําการตรวจยึดสิ่งของที่จะเป็นพยานหลักฐานในคดีเพิ่มเติม 13 รายการ
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:59 210 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:42 154 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:30 130 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:26 127 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:20 134 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:19 147 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:09 152 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 15:15 302 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:47 217 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:42 142 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:37 245 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:22 102 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:15 147 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:06 171 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 13:44 183 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 10:44 111 views