"โสภณ" ชี้ประธานสภาฯ-รองประสภาฯ คนละพรรค แต่พร้อมสามัคคี สร้างศรัทธาเป็นที่พึ่ง อยากให้เห็นตัวอย่างผู้นําต้องทําอย่างไร พร้อมเปิดเวทีให้สมาชิกถกอยากได้สภาฯเป็นแบบไหน หัวเราะก่อนบอกตลก หลัง "หมอวรงค์" เสนอยกเลิกอาหารกลางวัน สส. ชี้ไม่จําเป็นต้องหยิบมาพูดในลักษณะนี้ ให้เป็นเรื่องสภาฯถกกันมีข้อสรุปเป็นมติค่อยแถลง

วานนี้ 16 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.50 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ร่วมกันแถลงหลังพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยนายโสภณ กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ชีวิตของพวกตนทั้งสามคนรวมถึงครอบครัวที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมฯ มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้เป็นประธานสภาและรองประธานสภา พวกตนทั้ง 3 คน จะน้อมนําพระราชดํารัสในวันเปิดพิธีรัฐสภามาทํางาน วันนี้ถือเป็นวันที่เราทั้ง 3 คนได้ปฏิบัติหน้าที่สมบูรณ์ตามพระบรมราชโองการ ต่อไปจะทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร

นายโสภณ กล่าวต่อว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้แล้วเสร็จและได้สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 โดยมีพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติและพรรคอื่นๆ ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพวกเราทั้ง3 คนได้รับความไว้วางใจให้มาทําหน้าที่ประธานและรองประธานสภาฯยืนยันว่าเราจะตั้งไจทํางานเพื่อสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในสภาฯชุดที่ 27 นี้ เพื่อเป็นสภาฯที่พึ่ง ที่หวังของประชาชน พวกเราทั้ง 3 คนอยากเห็นการเปลี่ยนวิธีคิด การทํางานของสภาที่เป็นการกระทํา มากกว่าการพูดแล้วไม่ได้ข้อสรุป เรื่องไหนที่ประชาชนไม่ชอบหรือเบื่อหน่ายจะไม่ให้เกิดขึ้นเด็ดขาด เรื่องใดที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือสาระน้อย เรื่องไม่เป็นเรื่อง เราจะใช้เวลาของสภาให้น้อยที่สุด

นายโสภณ กล่าวต่อว่า เราจะนําความทุกข์ร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาหารือกระทู้ หรือญัตติ ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต้องนํามาพูดในสภาฯ ส่วนปัญหาอื่นให้อยู่ในระบบกลไกอื่น เราอยากเห็นสภาฯชุดนี้ขับเคลื่อนกฎหมาย เพื่อเป็นทิศทาง และเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารในการผลักดันประเทศให้ข้ามวิกฤตการณ์ของโลกในขณะนี้ให้ได้

“พวกเราทั้ง3คนจะหลอมรวมความคิดทํางานไปด้วยกันแม้จะอยู่ต่างพรรคกัน เพราะหากไม่ไว้วางใจกัน ก็อย่าหวังว่าจะให้พรรคอื่นมาสามัคคีกันได้ เรา3คนจะสามัคคีกันทํางานโดยไม่แยกพรรค เพราะเราจะทําให้เห็นว่า ตัวอย่างผู้นําต้องทําอย่างไร”นายโสภณ กล่าว

ประธานสภาฯกล่าวต่อว่า อยากเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคํานึงถึงความรู้สึกของประชาชน สิ่งไหนที่ประชาชนไม่ชอบขอความกรุณาอย่ามาใช้เวลาโดยไม่เกิดประโยชน์ บางเรื่องที่พูดเหมือนอุดมการณ์ หรือบางเรื่องมีข้อจํากัดเราต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริงและทําให้ความเป็นจริงของโลกไปในทิศทางที่ดีให้ได้ ตนเชื่อมั่นว่าสภาฯชุดนี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะมุ่งมั่นผ่านวิกฤตการณ์ความเดือดร้อนของน้องประชาชน โดยเฉพาะมุ่งมั่นแก้ปัญหา เศรษฐกิจ

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ขอประชาชนเป็นกําลังใจในการทําหน้าที่ และหากจะมีเรื่องตําหนิก็ขอให้ตําหนิด้วยความสร้างสรรค์ พวกตนทั้ง 3 คนพร้อมรับคําติชม รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากทั้งภาคประชาชนหน่วยงานราชการที่สําคัญคือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และที่สําคัญคือ ไม่ว่าจะถกเถียงกันอย่างไรก็ต้องจบลงด้วยมติ

เมื่อถามถึงข้อเสนอ นพ.วงรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เสนอให้ยกเลิกอาหารสส. จะมีการพิจารณาหารือในเรื่องนี้หรือไม่ นายโสภณ หัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า ตลก เรื่องนี้ไม่จําเป็นต้องหยิบมาพูดในลักษณะนี้ เพราะสามารถหารือกันภายในสภาได้ หากได้ข้อสรุปเป็นมติอย่างไรค่อยแถลง ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นมีสิทธิแถลง ตนอยู่สภาตั้งแต่ปี 2544 ก็มีการเลี้ยงข้าวแบบนี้ สมัยก่อนวันพุธ เริ่มประชุม13.00-24.00 น.และวันพฤหัสบดีเริ่มประชุม 09.00-18.00 น. ตนว่าเรื่องนี้ค่อยว่ากันเอาอย่างไร ตนว่าอย่างนั้น เรื่องนี้ขอให้เป็นมติของสมาชิก

"หลังจากโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จแล้วผมจะมีการหารือเพื่อพิจารณาถึงระเบียบข้อกําหนดและข้อบังคับ รวมถึงวันเวลาการประชุมสภาฯ โดยจะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายว่าอยากเห็นสภาฯเป็นอย่างไร เพราะเราอยากเริ่มทํางานในมิติใหม่ๆ" นายโสภณกล่าว