เปิด 2 คําถามประชามติจาก ครม. และ รัฐสภา ชง กกต. จัดทําพร้อมเลือกตั้ง 8 กพ. 69  ยึดตามกฎหมาย มาตรา 11 ประกอบมาตรา 9 (2) และ(4)  เนื่องจากประหยัดงบแผ่นดิน  และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล เตรียมงบ และ สร้างความเท่าเทียมรอบด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา  นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ทําหนังสือด่วนที่สุดถึง  ถึง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง  เรื่องการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยมีสาระสําคัญ  เนื่องจาก ครม.ได้เห็นชอบให้กําหนดวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป คือ วันที่ 8กุมภาพันธ์  2568   เนื่องจากมีเหตุผลความจําเป็นว่าการให้มีการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกันจะเป็นการประหยัดและใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่าเป็นการอํานวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด 

รวมทั้งเป็นการช่วยลดภาระของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ต้องดําเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่แตกต่างกันด้วย โดยให้ส่งคําถามในการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง 

ดังนี้ 1.1    “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่" ตามมติที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 11  ธันวาคม 2568  

1.2 "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ซึ่งเป็นไปตามคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฯ  ทั้งนี้ ตามมาตรา9 วรรคสอง (2) และ (4) และมาตรา 11วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

2. ขอให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดําเนินการจัดทําข้อมูลตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง  ก่อนวันประกาศให้มีการออกเสียงประชามติไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามมาตรา 9 วรรคสอง (4) และมาตรา 11ประกอบมาตรา 15และมาตรา 14  วรรคสอง และวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนทราบ (คําถามข้อ 1.1) เป็นการทั่วไป 

ทั้งนี้ ในส่วนคําถามของคณะรัฐมนตรี (ตามข้อ 1.2) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งใช้ข้อมูลที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทําเป็นข้อมูลในเรื่องที่จะทําประชามติตามคําถามของคณะรัฐมนตรีด้วย

3 . ให้สํานักงบประมาณหารือสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อกําหนดค่าใช้จ่ายในการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

4.ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ และผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ของรัฐ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการภาคเอกชนให้จัดให้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดให้มีการออกเสียงประชามติอย่างรอบด้านอย่างเท่าเทียมกันตามมาตรา16 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

5. ขอความร่วมมือจากสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ควบคุมกํากับการดําเนินการออกเสียงประชามติให้เป็นไปอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ทั้งนี้ ได้แจ้งให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติในเรื่องนี้ แล้วส่งไปยังสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยตรงต่อไปแล้ว