‘บวรศักดิ์’​เผยขอรับพระราชทาน​อภัยโทษ‘ทักษิณ’อยู่ในขั้นตอนขอพระราชวินิจฉัย​ หลัง‘รมว.ยุติธรรม’ถวายความเห็นยกฎีกา

เมื่อเวลา​ 10.50 น.​ ที่ทําเนียบรัฐบาล นายบวร​ศักดิ์​ อุ​วรรณ​โณ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ฝ่าย​กฎหมาย​กล่าวถึงเรื่องการขอรับพระราชทาน​อภัยโทษ​ว่า​ ถือเป็นสิทธิ์ตามกฎหมายของผู้ต้องโทษในมาตรา 259 ที่ผู้ต้องคําพิพากษาให้รับโทษ​ ​เมื่อคดีถึงที่สุด​แล้ว​ ถ้าจะทูลเกล้าฯ​ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์​ขอรับพระราชทาน​อภัย​โทษ​จะยื่นต่อรมว.ยุติธรรม ก็ได้​ ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเป็นสิทธิ์แต่สิทธิ์นี้จะถูกจํากัด ในกรณีที่มีการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษแล้วถูกยกหนหนึ่ง​ ถ้าถูกยกหนหนึ่งแล้วตามมาตรา 264 ระบุว่า จะยื่นใหม่อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้น 2 ปี นับจากวันที่ถูกยกครั้งก่อน

เมื่อถามว่า กรณีของนายทักษิณ​ ชินวัตร​ อดีต​นายกฯ ได้มีการยกฎีกาจริงหรือไม่​ นายบวร​ศักดิ์​ กล่าวว่า ในกรณีของนายทักษิณ มีพระบรมราชโองการ​เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2566 มีพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษเหลือโทษจําคุกต่อไปอีก 1 ปี และวันนี้ศาลฎีกามีคําสั่งบังคับโทษ นายทักษิณ​จึงเข้าไปรับโทษตามคําสั่งของศาลฎีกา เพราะฉะนั้นจึงไม่มีการยกฎีกาอะไรมาก่อนเลย เพราะพระราชทานอภัยโทษปี 2566 จึงยังไม่มีการยกฎีกาอะไรทั้งสิ้น เพราะนายทักษิณยังไม่ได้ถวายฎีกาอะไรเลย

เมื่อถามว่า แสดงว่ายังสามารถยื่นได้ใช่หรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ยื่นได้ถือว่าเป็นสิทธิ์ โดยรมว.ยุติธรรมมีหน้าที่ถวายเรื่องราว ส่งมายังคณะเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องนําเรื่องนี้กราบบังคมทูลเสนอไปยังกรมราชเลขานุการในพระองค์​ สํานักพระราชวัง ซึ่งปกติแล้วองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็น ซึ่งการอภัยโทษนั้นมี 2 รูปแบบคือ ประเภทเฉพาะราย​ และอภัยโทษเป็นการทั่วไป

เมื่อถามย้ําว่า​ นายทักษิณ​ ยังไม่เคยถูกยกฎีกาใช่หรือไม่​ นายบวร​ศักดิ์​ กล่าวยอมรับว่า มีการถวายฎีกา​ แต่เป็นเรื่องที่รมว.ยุติธรรมมีหน้าที่ถวายคําแนะนํา​ ซึ่งท้ายที่สุดเป็นพระบรมราชวินิจฉัย​ และยังกล่าวว่าการเสนอยกฎีกา​ถือเป็นอีกหนึ่งธรรมเนียม​ ซึ่งเหตุผลคือรมว.ยุติธรรมเห็นว่าควรจะยก แต่ตนไม่สามารถแถลงในรายละเอียดได้ เนื่องจากเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการกราบบังคมทูลอธิบายได้เพียงแต่ข้อกฎหมาย