‘สุดารัตน์’ยก 3 เหตุผล ลั่นไม่เอาแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย เหตุหมดความชอบธรรมแล้ว

30 สิงหาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คําวินิจฉัยดังกล่าวเป็นสัญญาณชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ได้หมดความชอบธรรมที่จะอาสามาบริหารราชการแผ่นดินต่อไป เพราะขาดคุณธรรมและจริยธรรมในการดํารงตําแหน่งมาแล้วถึงสองคน ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของพรรคไทยสร้างไทยที่ยึดมั่นการเมืองสุจริต และคํามั่นที่ให้ไว้กับประชาชนว่าจะรักษาหลักคุณธรรมเป็นสําคัญ

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เหตุผลที่พรรคไทยสร้างไทยไม่สามารถยอมรับให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศต่อ มี 3 ประเด็นสําคัญดังนี้

1. หมดความชอบธรรมด้านจริยธรรมการเมือง

คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดว่า นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยขาดความซื่อสัตย์สุจริตและคุณธรรม ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของผู้นําประเทศ ส่งผลให้หมดสิ้นความไว้วางใจจากประชาชนและไม่ควรดํารงตําแหน่งต่อ

2. ไร้ศักยภาพในการดูแลความมั่นคงของชาติ

โดยศาลชี้ให้เห็นว่า การกระทําของนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติได้อย่างมั่นคงและรอบคอบ ทําให้เกิดข้อกังขาต่อความสามารถในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

3. ล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ

มุ่งประชานิยม ที่อาจแฝงด้วยผลประโยชน์อื่นใด ที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการบริหารที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนได้อย่างยั่งยืน แต่มุ่งใช้นโยบายประชานิยมระยะสั้นและนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ขณะเดียวกันยังผลักดันแนวคิดทางเศรษฐกิจที่สุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายต่อประเทศ อาจสร้างหนี้สินมหาศาลในอนาคต กระทบต่อฐานะการคลังและประชาชนโดยตรง

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ําว่า พรรคไทยสร้างไทยจะยืนหยัดผลักดันการเมืองที่สุจริตและมีคุณธรรม พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เห็นพ้องในหลักการนี้ เพื่อสร้างอนาคตการเมืองไทยที่โปร่งใสและยั่งยืน