/นายนิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีการรุกล้ําอธิปไตยของไทย และการตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในดินแดนของไทยโดยทหารกัมพูชาล่าสุด ว่า เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมาหน่วยทหารไทยตรวจพบการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายกัมพูชาบริเวณทิศตะวันตกของเนิน 350 จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งรุกล้ําเข้ามาในเขตอธิปไตยของไทย /จึงได้ขับไล่ทหารกัมพูชาออกไป

หลังจากนั้น ได้มีการเข้าตรวจสอบพื้นที่ และพบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ณ จุดที่พบทหารกัมพูชาและบริเวณโดยรอบ จํานวน 3 ทุ่น พร้อมอาวุธอื่น ๆ อีกจํานวนหนึ่ง

/เหตุการณ์นี้จึงบ่งชี้อย่างชัดเจนอีกครั้งว่า ฝ่ายกัมพูชาละเมิดอธิปไตยของไทย พันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวา และเงื่อนไขหลายข้อของข้อตกลงหยุดยิงจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC สมัยวิสามัญ ที่ผ่านมา /ซึ่งฝ่ายไทยจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อส่งให้คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ทราบถึงพฤติกรรมดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชาต่อไป
-ต่อคลิป 2-

/นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ย้ําถึงการดําเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า
ยังคงเดินหน้าคุยสื่อต่างประเทศ
และสื่อภาษาอังกฤษสัญชาติไทยเพื่อสื่อสารประชาคมโลกต่อเนื่อง ซึ่งแม้กัมพูชา
จะเชิญประชุมทูตกว่า 40 ประเทศเพื่อแก้เกี้ยวจากที่โดนประณาม
เรื่องการใช้ทุ่นระเบิดสังหาร "ใหม่"
และยังคงไม่จํานนต่อหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่เอ่ยว่า
จะร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด พร้อมทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ร่วมกับไทยแล้วนั้น
/ล่าสุดกองทัพของไทย ก็ได้มีการแถลงว่า "ตรวจพบทุ่นระเบิด PMN-2
บริเวณจุดที่พบทหารกัมพูชาดักซุ่ม จํานวน 1 ทุ่น" เมื่อวานนี้ (23 ส.ค.)
ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ
พร้อมเดินหน้าในเวทีโลกต่อไปกรณีมีหลักฐานเพียงพอต่อการกระทําเช่นนี้
ที่ต้องถูกประณาม เพราะเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
และอนุสัญญาออตตาวาอย่างร้ายแรง
-จบ-