ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 รับมอบอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน และสิ่งอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็น จาก อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย นาย นิติธร
ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และ นาย จตุพร พรหมพันธุ์
ซึ่งเป็นผู้แทนจากกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
เพื่อนำไปมอบให้กับทหารในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการลาดตระเวนของหน่วยทหาร ให้สามารถเฝ้าระวัง
ตรวจสอบ และตอบโต้ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความปลอดภัยของกำลังพล
และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยงอย่างยั่งยืน
และโอกาสต่อไปจะส่งมอบแอนตี้​โดรน​ 1 ลำ​ โดยขอให้แม่ทัพภาคที่​ 2
เป็นผู้เลือกเพื่อความเหมาะสมในพื้นที่

โดย แม่ทัพภาคที่​ 2 กล่าวขอบคุณ​กลุ่ม​รวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย
และประชาชน ที่ร่วมกันแสดงจุดยืนยึดแผ่นดินเป็นหลัก ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง
พร้อมกล่าวขอชื่นชม เพราะทหารตามแนวชายแดน ยังขาดแคลนสิ่งที่จำเป็น​ อาทิ
เสื้อผ้า เสื้อรองใน และย้ำว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
จะไม่ยอมให้เสียแผ่นดินเด็ดขาด แต่เรามีหลายวิธี และกำลังดำเนินการอยู่
ไม่จำเป็นที่จะต้องยกกำลังเข้าไปต่อสู้กัน

//ต่อคลิป 2 / /นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังกล่าวถึงกรณีการสร้างรั้วกั้นชายแดนในบางจุดหากจำเป็น ​ว่า ในพื้นที่กลุ่มปราสาทตาเมือน กัมพูชาไม่ยอมรับว่าเป็นของไทย​ ตอนนี้ทั้ง​ 2 ประเทศคุยกันคนละเรื่อง​ แม้เราจะยืนยันว่าเป็นของไทย แต่เขาไม่ยอมรับนี่คือปัญหา​ ที่กำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวทุกชาติ สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้
แต่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ​ของไทย​ หากมีการก่อกวน​ หรือมีเรื่องชกต่อย​
จะสั่งปิดปราสาททันที 1 สัปดาห์​ เพื่อจัดระเบียบใหม่​ และขณะนี้
มีตำรวจภูธรภาค 3 มาสนับสนุน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารพราน
ที่เข้ามาช่วยในพื้นที่ ในการคัดกรองอาวุธต่างๆ ก่อนเข้าไปยังตัวปราสาท
โดยยืนยันว่าขณะนี้มีแผนรองรับและแผนเผชิญเหตุอยู่แล้ว​
แต่ปัจจุบันยังมองในแง่ดีว่า ไม่มีเหตุการณ์อะไร

//ต่อคลิป 3 //

-- เสียงในคลิป --

(เริ่มที่....ยินดีด้วยต้อนรับประชาชนทุกประเทศ......จบที่...ของประชาชนและนักท่องเที่ยว....ยืดภาพเฟดเสียงลง)

//ต่อคลิป 4 //


ส่วนกรณีที่ทหารเหยียบกับระเบิดก็เป็นอีกกรณี ที่จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหา​
แม้ว่าทางกัมพูชาจะออกมายืนยัน ว่าไม่ได้เป็นผู้วางทุ่นระเบิด
แต่เราก็รู้ดีว่าประเทศเพื่อนบ้านเราเป็นอย่างไร เขาก็พยายามดิ้นให้หลุด​
เพราะหากกระทรวงการต่างประเทศของไทย เดินหน้าเรื่องนี้เต็มที่​
ก็จะสร้างความเสียหายกับศักดิ์ศรีของประเทศกัมพูชาเช่นกัน

จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องดำเนินการ แต่ในส่วนของทหาร
ก็ได้ดำเนินการประท้วงไปแล้ว​ แต่หลังจากนี้จะไม่ใช้การเดินลาดตระเวนแบบเก่า
ไม่เอา กำลังพลไปเสี่ยง แต่จะใช้รถไถ หากเหยียบระเบิด ก็ให้ระเบิดไป
และจะดำเนินการตรวจสอบพื้นที่อื่นๆด้วยว่ามีอีกหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีมาตรการที่เราจะดำเนินการต่อไป ที่จะประท้วงให้ประชาคมโลก
ได้ตำหนิและวิจารณ์ กับประเทศที่ขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา​
และตะบัดสัตย์ข้อตกลงทำร่วมกันไว้

//จบตัด//