"อนุทิน " สั่งคุมเข้มพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา ระงับการผ่อนผันนำเข้า–ส่งออกสินค้าบางช่องทางใน อ.แม่สอด และ อ.พบพระ จ.ตาก ระหว่างวันที่ 30 ต.ค. – 5 พ.ย. 2569 ยันไม่ใช่การปิดด่านทั้งหมด หวังตัดวงจรสนับสนุนการสู้รบและปกป้องชีวิตประชาชน

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา โดยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องทางการค้าชายแดนในพื้นที่อำเภอแม่สอดและอำเภอพบพระ จังหวัดตาก หลังสถานการณ์การสู้รบในฝั่งเมียนมาส่งผลให้มีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย จนเกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอดแล้ว 1 ราย

นางสาวลลิดา กล่าวว่า กองกำลังนเรศวรและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้แจ้งด่านศุลกากรแม่สอด ขอระงับการผ่อนผันการนำเข้า–ส่งออกสินค้าผ่านช่องทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ ตั้งแต่บริเวณทิศใต้สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 1 ในพื้นที่อำเภอแม่สอด รวมถึงพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นระยะเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ เพื่อควบคุมสถานการณ์ ป้องกันการลำเลียงสิ่งของที่อาจนำไปสนับสนุนการสู้รบของกองกำลังฝ่ายต่าง ๆ ในฝั่งเมียนมา และลดความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการระงับการผ่อนผัน "เฉพาะบางช่องทางและบางพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้เป็นการปิดด่านชายแดนทั้งหมด" หรือระงับการค้าระหว่างไทยกับเมียนมาในทุกช่องทาง โดยการนำเข้า–ส่งออกสินค้าผ่านช่องทางที่ได้รับอนุมัติตามกฎหมายยังคงดำเนินการได้ตามปกติ ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบสถานะและเงื่อนไขของสินค้ากับด่านศุลกากรแม่สอดก่อนดำเนินการขนส่ง

นอกจากนี้ รัฐบาลได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดตากและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเตือนประชาชนและผู้ประกอบการให้ติดตามประกาศจากจังหวัดตาก กองกำลังนเรศวร และด่านศุลกากรแม่สอดอย่างใกล้ชิด และไม่ควรรีบสรุปว่าทุกช่องทางจะกลับมาเปิดใช้ได้โดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เนื่องจากต้องประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยหน้างานเป็นสำคัญ

Article Image

Article Image

Article Image

Article Image

Article Image

Article Image