สตช. จับมือ INTERPOL และ ULSE ยกระดับความร่วมมือข้ามแดน บูรณาการ AI ปราบสินค้าปลอมและภัยดิจิทัลระดับโลก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือ INTERPOL และ ULSE จัดการประชุมตำรวจสากลว่าด้วยอาชญากรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที่ 19 ยกระดับความร่วมมือข้ามแดน บูรณาการ AI ปราบสินค้าปลอมและภัยดิจิทัลระดับโลก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับองค์กรตำรวจสากล (INTERPOL) และองค์กร UL Standards & Engagement (ULSE) จัดการประชุมตำรวจสากลว่าด้วยอาชญากรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที่ 19 (19th International Law Enforcement IP Crime Conference) ระหว่างวันที่ 27 - 29 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “Bridging Borders : From Regional Action to Global Impact” – “เชื่อมความร่วมมือข้ามพรมแดน จากการปฏิบัติในระดับภูมิภาคสู่ผลสัมฤทธิ์ในระดับโลก” ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 มีพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ โดย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธี โดยมี Mr. Valdecy Urquiza เลขาธิการองค์กรตำรวจสากล ซึ่งกล่าวต้อนรับผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ พร้อมด้วย นางสาวหญิง อู๋ (Ms. Ying Wu) ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายพัฒนาขีดความสามารถและนวัตกรรม องค์การตำรวจสากล และ นายเจฟฟ์ มารูเทียน (Mr. Jeff Marootian) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่องค์กรอิสระว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการประเมินและการรับรองความปลอดภัย ULSE ร่วมกล่าวเปิดงาน และในพิธีเปิดการประชุม องค์กรตำรวจสากล (INTERPOL) ได้ส่งมอบการเป็นเจ้าภาพการประชุมตำรวจสากลว่าด้วยอาชญากรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที่ 19 อย่างเป็นทางการ ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ในพิธีเปิดการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย องค์กรระหว่างประเทศ และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมงาน โดยคณะผู้แทนฝ่ายไทยประกอบด้วย พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าสำนักงานตำรวจสากลกรุงเทพ, พล.ต.ต.ทัศภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ, พ.ต.อ. ทรงเอก พัชรวิชญ์ รองผู้บังคับการกองการต่างประเทศ/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.อ.ภูวดล จันทรกษะวี ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ, พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติธีระพงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการตำรวจอาเซียน (ASEANAPOL) และ นางสาว นุชนิกา จิตต์นรงค์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วยผู้แทนจากองค์กรความมั่นคงและภาคเอกชนระดับโลก อาทิ ASEANAPOL, คณะกรรมการความปลอดภัยสินค้าอุปโภคบริโภคแห่งสหรัฐฯ, บริษัท อเมซอน, อาลีบาบา อินเตอร์เนชันแนล, สมาคมภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ และกรมตำรวจนิวยอร์ก 

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า อาชญากรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นความท้าทายสำคัญในระดับโลก ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อภาคธุรกิจ ระบบเศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นยาปลอม อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือสินค้าลอกเลียนแบบที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ล้วนเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้บริโภค สร้างความเสียหายแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่สุจริต และบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน ซึ่งปัจจุบัน เครือข่ายอาชญากรรมได้ใช้ประโยชน์จากเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ การค้าออนไลน์ ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ในการลักลอบกระจายสินค้าปลอมข้ามพรมแดนมากขึ้น โดยอาชญากรรมเหล่านี้มักมีความเชื่อมโยงกับหลายประเทศ ทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีความเชื่อมโยงทางการค้า เครือข่ายการผลิต และเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังทำให้เกิดความเสี่ยงและช่องโหว่ที่เครือข่ายอาชญากรรมสามารถแสวงหาประโยชน์ได้ การรับมือกับความท้าทายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็งในระดับภูมิภาค การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และการสร้างความไว้วางใจระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

สำหรับประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคี ผ่านกลไกของ INTERPOL และช่องทางความร่วมมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือด้านการคุ้มครองและการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ กับกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ในทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกรมศุลกากร สำนักงานอัยการสูงสุด หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคเอกชนและผู้ทรงสิทธิในลิขสิทธิ์ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบสินค้าปลอม การติดตามเครือข่ายอาชญากรรม และการรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความครบถ้วนและน่าเชื่อถือ

ขณะเดียวกัน เราจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทักษะด้านการสืบสวนสอบสวนทางดิจิทัล การติดตามเส้นทางการเงิน และการนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน ซึ่ง INTERPOL Global Academy และ IIPCIC ต่างมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้สามารถรับมือกับรูปแบบอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า การหารือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เริ่มต้นขึ้น ณ กรุงเทพมหานครในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายความร่วมมือให้ก้าวไกลออกไปนอกภูมิภาค และนำไปสู่ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในระดับโลก 

Article ImageArticle ImageArticle Image