น้ำท่วมภาคกลาง–กทม.ยังไม่สิ้นสุด ลาดกระบัง–หนองจอกกระทบ 168,203 ครัวเรือน อยุธยา 66,825 ครัวเรือน ปภ.เร่งฟื้นฟูพื้นที่
ปภ.เผยน้ำท่วม 16 จังหวัด–กทม. กระทบกว่า 1.13 ล้านคน เสียชีวิต 64 ราย เร่งช่วยเหลือ–ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานสถานการณ์อุทกภัยวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบภัย 16 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ครอบคลุม 60 อำเภอ 432 ตำบล 2,988 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 375,726 ครัวเรือน รวม 1,131,401 คน มีรายงานผู้เสียชีวิตรวม 64 ราย ขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่ที่รายงานลดลงแล้ว ปภ.เร่งระดมเครื่องจักรช่วยเหลือประชาชน พร้อมสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
ปภ.เผยน้ำท่วม 16 จังหวัด–กทม. กระทบกว่า 1.13 ล้านคน เสียชีวิต 64 ราย เร่งช่วยเหลือ–ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานสถานการณ์อุทกภัยวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบภัย 16 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ครอบคลุม 60 อำเภอ 432 ตำบล 2,988 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 375,726 ครัวเรือน รวม 1,131,401 คน มีรายงานผู้เสียชีวิตรวม 64 ราย ขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่ที่รายงานลดลงแล้ว ปภ.เร่งระดมเครื่องจักรช่วยเหลือประชาชน พร้อมสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
วันที่ 23 ตุลาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยสถานการณ์อุทกภัยว่า จากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับมวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงมาสมทบกับน้ำในภาคกลาง ส่งผลให้ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 16 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. พบว่าประชาชนได้รับผลกระทบ 375,726 ครัวเรือน รวม 1,131,401 คน โดยสถานการณ์ระดับน้ำในพื้นที่ที่รายงานมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังและเร่งฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพฯ–อยุธยา ยังคงมีครัวเรือนได้รับผลกระทบจำนวนมาก
กรุงเทพมหานครยังมีสถานการณ์อุทกภัยใน 2 เขต ได้แก่ ลาดกระบังและหนองจอก รวม 14 แขวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 168,203 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย โดยระดับน้ำลดลง
ส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 11 อำเภอ ได้แก่ เสนา บางบาล ผักไห่ บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางปะหัน ลาดบัวหลวง อุทัย บ้านแพรก และบางซ้าย รวม 153 ตำบล 1,026 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 66,825 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
ขณะที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ประสบภัย 8 อำเภอ ได้แก่ บางปลาม้า สองพี่น้อง ดอนเจดีย์ ศรีประจันต์ เมืองสุพรรณบุรี สามชุก อู่ทอง และเดิมบางนางบวช รวม 66 ตำบล 519 หมู่บ้าน กระทบ 24,619 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำลดลงเช่นกัน
ภาคตะวันออกยังได้รับผลกระทบ ปราจีนบุรีเสียชีวิต 26 ราย
ในภาคตะวันออก จังหวัดนครนายกมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ ได้แก่ องครักษ์และบ้านนา รวม 23,835 ครัวเรือน เสียชีวิต 6 ราย
จังหวัดปราจีนบุรีได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ ศรีมหาโพธิ บ้านสร้าง และศรีมโหสถ รวม 23,641 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 26 ราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดในกลุ่มจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยตามรายงานฉบับนี้
จังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ บางน้ำเปรี้ยว เมืองฉะเชิงเทรา และบางคล้า รวม 16,932 ครัวเรือน เสียชีวิต 8 ราย ส่วนจังหวัดชลบุรีมีพื้นที่ประสบภัยในอำเภอพนัสนิคม กระทบ 428 ครัวเรือน
เปิดสถานการณ์จังหวัดอื่นที่ยังมีน้ำท่วม
ภาคเหนือยังมี 3 จังหวัด ได้แก่
- พิษณุโลก อำเภอบางระกำ กระทบ 45 ครัวเรือน
- นครสวรรค์ อำเภอชุมแสงและท่าตะโก กระทบ 517 ครัวเรือน
- อุทัยธานี อำเภอเมืองอุทัยธานีและสว่างอารมณ์ กระทบ 240 ครัวเรือน
ส่วนภาคกลางยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ได้แก่
- ลพบุรี 142 ครัวเรือน
- กาญจนบุรี 425 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย
- อ่างทอง 1,367 ครัวเรือน
- สมุทรปราการ 1,890 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย
- นครปฐม 19,058 ครัวเรือน
- ราชบุรี 11,689 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย
- สมุทรสงคราม 15,870 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย
ทุกพื้นที่ที่อยู่ในรายงานดังกล่าวมีระดับน้ำลดลง แต่บางแห่งยังมีน้ำท่วมขังและประชาชนยังต้องการความช่วยเหลือ
ปภ.ระดมเครื่องจักร เร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหาย
นายนิรัตน์ระบุว่า ได้กำชับสำนักงาน ปภ.จังหวัด และศูนย์ ปภ.เขตในพื้นที่ประสบภัย ให้ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทรัพยากรที่จำเป็น สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง
สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย ทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะ รวมถึงจัดทำข้อมูลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่กำหนดโดยเร็ว
ทั้งนี้ แม้ระดับน้ำในพื้นที่ที่รายงานจะลดลง แต่ประชาชนยังควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและจุดที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้า น้ำปนเปื้อน และการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม
#น้ำท่วม2569 #น้ำท่วมล่าสุด #สถานการณ์น้ำท่วม #ปภ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #อุทกภัย #น้ำท่วมกรุงเทพ #ลาดกระบัง #หนองจอก #น้ำท่วมอยุธยา #น้ำท่วมสุพรรณบุรี #น้ำท่วมปราจีนบุรี #ฟื้นฟูหลังน้ำลด #ข่าวน้ำท่วม #TV5HD #TV5HDONLINE #ข่าววันนี้ปภ.เผยน้ำท่วม 16 จังหวัด–กทม. กระทบกว่า 1.13 ล้านคน เสียชีวิต 64 ราย เร่งช่วยเหลือ–ฟื้นฟูหลังน้ำลด
วันที่ 23 ตุลาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปสถานการณ์อุทกภัยว่า จากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับมวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงมาสมทบกับน้ำในภาคกลาง ส่งผลให้ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 16 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. พบว่าประชาชนได้รับผลกระทบ 375,726 ครัวเรือน รวม 1,131,401 คน โดยสถานการณ์ระดับน้ำในพื้นที่ที่รายงานมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังและเร่งฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพฯ–อยุธยา ยังคงมีครัวเรือนได้รับผลกระทบจำนวนมาก
กรุงเทพมหานครยังมีสถานการณ์อุทกภัยใน 2 เขต ได้แก่ ลาดกระบังและหนองจอก รวม 14 แขวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 168,203 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย โดยระดับน้ำลดลง
ส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 11 อำเภอ ได้แก่ เสนา บางบาล ผักไห่ บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางปะหัน ลาดบัวหลวง อุทัย บ้านแพรก และบางซ้าย รวม 153 ตำบล 1,026 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 66,825 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
ขณะที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ประสบภัย 8 อำเภอ ได้แก่ บางปลาม้า สองพี่น้อง ดอนเจดีย์ ศรีประจันต์ เมืองสุพรรณบุรี สามชุก อู่ทอง และเดิมบางนางบวช รวม 66 ตำบล 519 หมู่บ้าน กระทบ 24,619 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำลดลงเช่นกัน
ภาคตะวันออกยังได้รับผลกระทบ ปราจีนบุรีเสียชีวิต 26 ราย
ในภาคตะวันออก จังหวัดนครนายกมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ ได้แก่ องครักษ์และบ้านนา รวม 23,835 ครัวเรือน เสียชีวิต 6 ราย
จังหวัดปราจีนบุรีได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ ศรีมหาโพธิ บ้านสร้าง และศรีมโหสถ รวม 23,641 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 26 ราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดในกลุ่มจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์อุทก




