วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยก่อนเข้าประชุมสภากรุงเทพมหานคร ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่า กทม.สามารถดำเนินการปิดเคสเยียวยาเพิ่มจากประมาณ 400,000 เคส เป็น 435,000 เคส
ช่วงแรกสำนักงานเขตสามารถปิดเคสได้สูงสุดเกือบ 50,000 เคสต่อวัน เนื่องจากข้อมูลผู้ยื่นคำร้องครบถ้วนและตรงกับฐานข้อมูลเดิม แต่คำร้องที่เหลือมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งเรื่องกรรมสิทธิ์ การอยู่อาศัยจริง บ้านเช่า การใช้บ้านเลขที่เดียวกันหลายครัวเรือน และการยื่นขอรับสิทธิซ้ำซ้อน กทม.จึงต้องตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงผู้ประสบภัยที่มีสิทธิตามหลักเกณฑ์ และป้องกันการจ่ายเงินผิดพลาด
รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า การพิจารณาสิทธิเงินเยียวยาต้องยึดข้อเท็จจริงว่าผู้ยื่นคำร้องพักอาศัยและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจริงหรือไม่ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนบ้านเท่านั้น กรณีบ้านแบ่งให้เช่าหลายห้อง หากมีหลักฐานยืนยันการแบ่งห้องและมีผู้เช่าพักอาศัยจริง ผู้เช่าแต่ละห้องสามารถได้รับการพิจารณาสิทธิตามเงื่อนไข ส่วนเจ้าของบ้านจะได้รับการพิจารณาเฉพาะพื้นที่ที่ตนพักอาศัยจริง
สำหรับผู้เช่าที่ไม่มีสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษร เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหลักฐานอื่นประกอบ เช่น การพักอาศัยในช่วงเกิดเหตุ ลักษณะการแบ่งพื้นที่ และพยานบุคคลที่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ หากมีข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้เช่า สามารถยื่นหลักฐานเพิ่มเติมและขอทบทวนผ่านกระบวนการอุทธรณ์ได้
อีกปัญหาที่พบคือบ้านเลขที่เดียวกัน แต่มีหลายครอบครัวพักอาศัยแยกกัน เช่น บ้านหลายหลังในพื้นที่เดียวกัน หรือมีการแบ่งห้องและพื้นที่ประกอบอาหารเป็นสัดส่วน กทม.ยืนยันว่าต้องพิจารณาตามสภาพการอยู่อาศัยจริง ไม่ควรสรุปว่าเป็นครัวเรือนเดียวเพียงเพราะใช้บ้านเลขที่เดียวกัน แต่การได้รับสิทธิแยกกันจะต้องผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ เพื่อป้องกันการรับเงินซ้ำซ้อน
กทม.อยู่ระหว่างปรับปรุงระบบให้บริการของสำนักงานเขต ทั้งการเพิ่มช่องทางออนไลน์ ปรับระบบคิว เพิ่มจุดบริการ และจัดสรรเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจคำร้องที่มีจำนวนมาก รวมถึงประสานผู้นำชุมชนร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่
สำหรับผู้ที่ยื่นคำร้องแล้วแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ สามารถตรวจสอบสถานะผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือติดต่อสำนักงานเขตที่รับผิดชอบ ส่วนการขอความช่วยเหลือตามความเสียหายจริง เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน สามารถยื่นหลักฐานผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น
ทั้งนี้ กทม.และ ปภ.ได้ขยายเวลายื่นคำร้องและเอกสารเยียวยาน้ำท่วมถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้ประชาชนมีเวลารวบรวมหลักฐาน ขณะที่กรณีตรวจพบการจงใจแจ้งข้อมูลเท็จ ปลอมแปลงเอกสาร หรือสวมสิทธิ กทม.จะดำเนินการตามกฎหมาย




