กรณีคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “NENE ROYAL” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ และทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หากชื่อของศิลปิน บุคคลมีชื่อเสียง หรือชื่อที่ประชาชนจดจำได้ ถูกบุคคลอื่นนำไปยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ใครจะมีสิทธิในชื่อนั้นกันแน่

คำตอบสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ “การยื่นคำขอ” ไม่เท่ากับ “ได้รับสิทธิแล้ว”

กรณีคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “NENE ROYAL” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ และทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หากชื่อของศิลปิน บุคคลมีชื่อเสียง หรือชื่อที่ประชาชนจดจำได้ ถูกบุคคลอื่นนำไปยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ใครจะมีสิทธิในชื่อนั้นกันแน่

คำตอบสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ “การยื่นคำขอ” ไม่เท่ากับ “ได้รับสิทธิแล้ว”

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ว่า ตรวจพบการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จริง แต่คำขอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการพิจารณา และไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นคำขอจะได้รับสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นโดยอัตโนมัติ

นายทะเบียนจะต้องตรวจสอบทั้งที่มาของเครื่องหมาย ความเกี่ยวข้องระหว่างผู้ยื่นคำขอกับเจ้าของชื่อ รวมถึงหลักฐานว่ามีการได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อหรือไม่ โดยในกรณี NENE ROYAL นายทะเบียนได้เรียกผู้ยื่นคำขอให้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงเอกสารเพิ่มเติมแล้ว

รูปภาพบทความ

เครื่องหมายการค้า คืออะไร?
เครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่ใช้กับสินค้า เพื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถแยกแยะสินค้าของผู้ประกอบการรายหนึ่งออกจากสินค้าของรายอื่นได้  กฎหมายไทยยังให้ความคุ้มครองเครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม ภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  โดยเครื่องหมายที่จะได้รับจดทะเบียนต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ ไม่เข้าข่ายเครื่องหมายที่กฎหมายห้าม และต้องไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่มีสิทธิดีกว่าจนทำให้ประชาชนสับสน

ชื่อศิลปินเอาไปจดได้หรือไม่?
ในทางปฏิบัติ ชื่อบุคคลสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้าได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าใครจะนำชื่อของบุคคลอื่น โดยเฉพาะคนดังหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ไปยื่นจดแล้วจะได้รับสิทธิทันที  กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุชัดว่า หากมีการนำชื่อคนดังไปยื่นจดโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีพฤติการณ์เข้าข่ายแอบอ้างสิทธิหรือแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงของผู้อื่นโดยไม่สุจริต อาจเป็นเหตุให้นายทะเบียนปฏิเสธคำขอได้

สำหรับเครื่องหมายที่เป็น ภาพบุคคล กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนดให้มีหนังสือยินยอมจากบุคคลนั้นประกอบคำขอ ส่วนกรณีบุคคลเสียชีวิตแล้ว ต้องมีความยินยอมจากบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไขที่กำหนด  จุดนี้สะท้อนหลักสำคัญว่า การนำอัตลักษณ์ของบุคคลอื่นไปใช้เป็นเครื่องหมายทางการค้า ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าใคร “ยื่นก่อน” แต่ต้องดูสิทธิ ความเกี่ยวข้อง และเจตนาในการใช้เครื่องหมายนั้นด้วย

“ยื่นก่อน” ไม่ได้แปลว่า “เป็นเจ้าของแล้ว”
นี่เป็นจุดที่มักสร้างความเข้าใจผิดบนโลกออนไลน์ เมื่อบุคคลยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบจะรับคำขอเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบก่อน จากนั้นนายทะเบียนจะพิจารณาว่าเครื่องหมายมีคุณสมบัติครบตามกฎหมายหรือไม่  หากผ่านขั้นตอนตรวจสอบและเข้าสู่การประกาศโฆษณา บุคคลที่เห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่าหรือมีเหตุคัดค้านตามกฎหมาย สามารถยื่น คำคัดค้าน ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ โดยกรมฯ มีแบบคำคัดค้านและคำโต้แย้งโดยเฉพาะสำหรับกระบวนการดังกล่าว  ดังนั้น สถานะ “มีเลขคำขอ” หรือ “ยื่นคำขอแล้ว” ยังแตกต่างจากสถานะ “ได้รับจดทะเบียนแล้ว” อย่างชัดเจน

เครื่องหมายการค้า ต่างจากลิขสิทธิ์อย่างไร?
 เครื่องหมายการค้า คุ้มครองชื่อ โลโก้ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายที่ใช้แยกแยะสินค้าและบริการในทางการค้า  ส่วน ลิขสิทธิ์ คุ้มครองงานสร้างสรรค์ เช่น เพลง ภาพถ่าย งานศิลปะ วิดีโอ งานเขียน หรือผลงานประเภทอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ชื่อบุคคลเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้กลายเป็น “ลิขสิทธิ์” โดยอัตโนมัติ แต่เมื่อถูกนำไปใช้สร้างแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ประเด็นเรื่องเครื่องหมายการค้า สิทธิในชื่อ และการทำให้ประชาชนเข้าใจผิดอาจเข้ามาเกี่ยวข้องพร้อมกัน

หากพบว่าชื่อของตัวเองถูกยื่นจด ต้องทำอย่างไร?
สิ่งแรกคือ ตรวจสอบสถานะคำขอ ว่าอยู่ในขั้นตอนใด ผ่านระบบค้นหาข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งสามารถค้นได้จากชื่อเครื่องหมาย เลขคำขอ ชื่อเจ้าของ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง  หากคำขอเข้าสู่ขั้นตอนที่เปิดให้คัดค้าน ผู้ที่เห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่าสามารถใช้กระบวนการคัดค้านตามกฎหมาย พร้อมนำหลักฐาน เช่น การใช้ชื่อมาก่อน การประชาสัมพันธ์สินค้า หลักฐานทางธุรกิจ หรือหลักฐานอื่นที่แสดงสิทธิของตน เข้าสู่การพิจารณาของนายทะเบียนได้ คู่มือกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่าพยานหลักฐานเกี่ยวกับการใช้และการโฆษณาเครื่องหมายสามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้  ประชาชนยังสามารถขอคำปรึกษาจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาผ่านสายด่วน 1368 ได้โดยตรง

กรณี NENE ROYAL ยังอยู่ระหว่างพิจารณา
สำหรับกรณี NENE ROYAL ประเด็นสำคัญ ณ ขณะนี้คือ กรมทรัพย์สินทางปัญญายืนยันว่ามีการยื่นคำขอจริง แต่กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น และกรมฯ กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้ยื่นคำขอ  จึงยังไม่ควรสรุปว่าผู้ยื่นคำขอเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าแล้ว หรืออีกฝ่ายสูญเสียสิทธิในชื่อของตน

กรณีนี้จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ในโลกที่ชื่อเสียงสามารถต่อยอดเป็นสินค้า แบรนด์ และมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ชื่อของบุคคลไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียก แต่สามารถกลายเป็นทรัพย์สินทางการค้าได้ และเมื่อเกิดข้อพิพาท สิ่งที่ต้องใช้ตัดสินไม่ใช่กระแสบนโซเชียล แต่คือข้อเท็จจริง หลักฐาน และกระบวนการตามกฎหมาย