หนึ่งในแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวไปโอซาก้าแทบทุกคนต้องแวะถ่ายรูป กำลังจะเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ เมื่อ เอซากิ กูลิโกะ (Ezaki Glico) ประกาศปรับปรุง “Dotonbori Glico Sign” หรือป้ายกูลิโกะแมน ย่านโดทงโบริ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
บริษัทระบุว่า ป้ายรุ่นที่ 6 ซึ่งใช้งานอยู่ในปัจจุบัน จะสิ้นสุดการจัดแสดงใน ปลายเดือนพฤศจิกายน 2026 ก่อนเริ่มงานปรับปรุงตั้งแต่เดือนธันวาคม และมีกำหนดเปิดตัว ป้ายรุ่นที่ 7 ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
ดังนั้น ใครมีแผนเที่ยวโอซาก้าและอยากเก็บภาพคู่กับป้ายกูลิโกะโฉมปัจจุบัน ยังมีเวลาถึง สิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้
สำหรับดีไซน์ของรุ่นที่ 7 ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่กูลิโกะยืนยันว่า “Glico Runner” หรือภาพนักวิ่งชูแขนที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์จะยังคงเป็นองค์ประกอบหลักของป้ายใหม่
ป้ายกูลิโกะรุ่นที่ 6 เปิดใช้งานเมื่อเดือนตุลาคม 2014 เปลี่ยนจากระบบนีออนมาใช้หลอด LED ประมาณ 143,976 ดวง สามารถแสดงภาพและเอฟเฟกต์ได้หลากหลาย ตัวป้ายมีขนาดสูง 20 เมตร กว้าง 10.38 เมตร

หลังใช้งานมาราว 12 ปี บริษัทตัดสินใจปรับปรุงเนื่องจากระบบ LED เกินช่วงอายุใช้งานทั่วไปประมาณ 10 ปีแล้ว และอะไหล่บางส่วนเริ่มจัดหาได้ยาก ขณะที่เทคโนโลยีรุ่นใหม่สามารถพัฒนาประสิทธิภาพการแสดงผลและการใช้พลังงานได้มากขึ้น
ประวัติของป้ายกูลิโกะที่โดทงโบริเริ่มต้นตั้งแต่ ปี 1935 โดยป้ายรุ่นแรกเป็นหอนีออนสูงถึง 33 เมตร ก่อนถูกรื้อออกในปี 1943 เพื่อนำวัสดุโลหะไปใช้ในช่วงสงคราม
หลังสงคราม ป้ายรุ่นที่ 2 กลับมาติดตั้งอีกครั้งในปี 1955 จากนั้นมีการปรับโฉมต่อเนื่องผ่านหลายยุค จนถึงรุ่นที่ 6 ในปัจจุบัน
กว่า 9 ทศวรรษที่ผ่านมา ภาพนักวิ่งกูลิโกะแขนชูเหนือเส้นชัยกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของโอซาก้า โดยเฉพาะบริเวณสะพานเอบิสึบาชิ ซึ่งทุกวันนี้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มายืนโพสท่าเลียนแบบกูลิโกะแมน
และในฤดูใบไม้ผลิปี 2027 ก็จะถึงเวลาที่แลนด์มาร์กแห่งนี้เปิดตัว รุ่นที่ 7 ซึ่งยังต้องรอดูกันว่า จะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน




