เจาะลึก ‘ร.ย.ส.ท.’ เสาหลักมอเตอร์สปอร์ตไทย 90 ปี จากปฐมบท ‘พ.พีระ’ สู่องค์กรผู้กุมกฎเหล็กความเร็วระดับสากล! เปิดขอบเขตหน้าที่ ผู้ถือสิทธิ์ FIA หนึ่งเดียวในไทย
ร.ย.ส.ท. คือใคร? ผู้กุมบังเหียนมอเตอร์สปอร์ตไทย
ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา หรือที่รู้จักกันในชื่อ ร.ย.ส.ท. (The Royal Automobile Association of Siam - R.A.A.T.) คือสมาคมกีฬาที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 โดยได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการให้เป็น ผู้แทนเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยของ สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA - Fédération Internationale de l'Automobile)
ปัจจุบัน คุณพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม ร.ย.ส.ท. นำทัพบริหารและพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
หน้าที่และขอบเขตการทำงานของ ร.ย.ส.ท.
ร.ย.ส.ท. เปรียบเสมือน "ศาลเปาบุ้นจิ้น" และ "ผู้บริหารจัดการ" แห่งวงการความเร็วในประเทศไทย โดยมีขอบเขตการทำงานสำคัญ ดังนี้:
-
ควบคุมและกำกับดูแลกีฬายานยนต์ (Motorsport): เป็นองค์กรผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารและรับรองการแข่งขันรถยนต์ทุกประเภทในไทย ทั้งกีฬาอาชีพ (รถยนต์ทางเรียบ, แรลลี่, ดริฟต์) และกีฬาสู่ความเป็นเลิศ (โกคาร์ท)
-
ตรากติกาแห่งชาติ (National Competition Rules: NCR): จัดทำ ร่าง และบังคับใช้กติกาการแข่งขันรถยนต์แห่งชาติ โดยอิงตามมาตรฐานความปลอดภัยและเทคนิคระดับสากลของ FIA
-
บริหารและรับรองรายการแข่งขันระดับชาติ: ให้การรับรองและร่วมจัดรายการใหญ่อย่าง RAAT Thailand Rally Championship, Thailand Super Series และการแข่งขันรถคาร์ทชิงแชมป์ประเทศไทย
-
ออกใบอนุญาตแข่งรถ (Racing License): คุมการอกไลเซนส์ให้นักแข่ง ช่างเครื่อง และกรรมการสนาม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยตามเกณฑ์
-
ส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน: ขับเคลื่อนโครงการฝึกอบรมการขับขี่ปลอดภัย (Road Safety) ให้แก่ประชาชนทั่วไป
ทำไมต้องมี ร.ย.ส.ท.? ถ้าไม่มี... จะเกิดอะไรขึ้น?
ลองจินตนาการถึงโลกที่สนามแข่งไม่มีกติกา รถยนต์แต่งเครื่องยนต์อย่างไรก็ได้โดยไม่มีการตรวจเช็ก ความปลอดภัยของนักแข่งและผู้ชมไม่มีผู้ดูแล นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ "ต้องมี ร.ย.ส.ท."
หากประเทศไม่มี ร.ย.ส.ท. หรือองค์กรตัวแทน FIA จะเกิดผลกระทบขั้นรุนแรง:
-
การแข่งขันกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย: การแข่งรถจะขาดการรับรองจาก กกท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
-
นักแข่งไทยหมดสิทธิ์โกอินเตอร์: นักแข่งไทยจะไม่สามารถขอใบอนุญาตแข่งรถระดับนานาชาติ (International License) เพื่อไปแข่งรายการใหญ่อย่าง Formula 1, GT World หรือ Super GT ได้
-
สนามแข่งไทยไร้มาตรฐาน: สนามแข่งระดับโลกอย่าง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต หรือ สนามพีระ เซอร์กิต จะไม่ได้รับการรับรองเกรด (FIA Grade) ทำให้ไม่สามารถดึงการแข่งขันระดับโลกมาจัดในไทยได้
ย้อนรอยประวัติศาสตร์: ปฐมบทความเร็ว 93 ปี สู่ยุคทองมอเตอร์สปอร์ตไทย
-
พ.ศ. 2476 - กำเนิด "ร.ย.ส.ส.": พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ร่วมกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช (พ.พีระ) นักแข่งรถระดับตำนาน และเจ้านายหลายพระองค์ ได้ร่วมกันตั้ง "ราชยานยนต์สมาคมแห่งสยาม" ขึ้น โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ 7 รับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมี หม่อมเจ้าสกลวรรณากร วรวรรณ เป็นนายกสมาคมคนแรก
-
พ.ศ. 2481 - ก้าวสู่สมาชิก FIA: สมาคมฯ ได้เข้าเป็นสมาชิก FIA ทำให้สยามได้รับสิทธิ์จัดการแข่งขันระดับสากล และเตรียมจัดรายการใหญ่อย่าง Bangkok Grand Prix 1939 แต่ต้องยกเลิกไปเนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2
-
พ.ศ. 2482 - เปลี่ยนชื่อเป็น "ร.ย.ส.ท.": เปลี่ยนชื่อตามการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก "สยาม" เป็น "ประเทศไทย"
-
พ.ศ. 2519–2531 - ยุคทองแห่งการพัฒนา: กำเนิดสนามแข่งมาตรฐานแห่งแรก "สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต" พัทยา (ได้รับเกรด 3 จาก FIA) รวมถึงการจัดทำกติกา NCR ฉบับแรก โดย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา และทีมงาน
-
พ.ศ. 2550–2557 - ยุคสนามระดับโลก: เริ่มจัดการแข่งขันบนถนนปิดหาดบางแสน (BangSaen Street Circuit) เกรด 3 และการเปิด "สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต" บุรีรัมย์ สนามเกรด 1 ของ FIA ซึ่งรองรับการแข่งขันระดับโลกอย่าง MotoGP และ WorldSBK
-
พ.ศ. 2558 - ยกระดับตาม พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย:
จดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬาอย่างเป็นทางการตาม พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ภายใต้การดูแลของ กกท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกำหนดให้การแข่งรถยนต์เป็น "กีฬาอาชีพ" และรถคาร์ทเป็น "กีฬาสู่ความเป็นเลิศ"
-
พ.ศ. 2561–2562 - การต้อนรับนักแข่งไทยสู่เวที Formula 1:
ร.ย.ส.ท. ให้การรับรองและสนับสนุนนักแข่งไทยในเวทีระดับโลกอย่าง "อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์" (Alex Albon) ก้าวขึ้นสู่การแข่งขันรถสูตรหนึ่ง Formula 1 รวมถึงส่งเสริมการจัดแข่งขันระดับนานาชาติในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายการ Endurance, Rally และ Circuit
-
พ.ศ. 2563–2565 - การขับเคลื่อนยุค New Normal และยกระดับความปลอดภัยทางถนน:
ปรับตัวสู่มาตรฐานการจัดการแข่งขันแบบยุคใหม่ พัฒนาระบบอบรมผู้ตัดสิน บุคลากรเทคนิค และเจ้าหน้าที่สนาม (Marshal) ผ่านหลักสูตรมาตรฐาน FIA พร้อมเดินหน้าโครงการความปลอดภัยทางถนน (FIA Road Safety Grant) มอบหมวกนิรภัยและให้ความรู้แก่เยาวชนทั่วประเทศ
-
พ.ศ. 2566–2567 - ผลักดันเยาวชนสู่เวที Formula 3 และการเติบโตของอุตสาหกรรมสปีด:
ให้การรับรองดาวรุ่งไทยอย่าง "เติ้น - ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์" ในการแข่งขัน Formula 3 และ "เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล" ดาวรุ่งรถคาร์ทเยาวชน พร้อมยกระดับรายการ RAAT Thailand Rally Championship และ Endurance ให้เป็นศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตแห่งอาเซียน
-
พ.ศ. 2568–2569 - ก้าวสู่อนาคตมอเตอร์สปอร์ตยั่งยืน (Green & Safe Motorsport Era):
ร.ย.ส.ท. ยกระดับกติกาและการแข่งขันสู่มาตรฐานความยั่งยืนและการใช้พลังงานสะอาด มุ่งสู่องค์กรนำในการขับเคลื่อนกีฬาแข่งรถไทยให้เป็นกีฬาอาชีพชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมสานต่อโครงการพัฒนาบุคลากร นักแข่งหน้าใหม่ ผู้ตัดสินโกคาร์ท และกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง




