สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญการพิจารณาคดีละเมิดกฎการเงินหลายข้อ โดยยืนยันว่า แม้ท้ายที่สุดทีมเรือใบสีฟ้าจะถูกลงโทษจนถูกริบแชมป์พรีเมียร์ลีก เขาก็ไม่ต้องการรับตำแหน่งแชมป์ย้อนหลัง
ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังอยู่ระหว่างการรอฟังคำตัดสินจากข้อกล่าวหาละเมิดกฎการเงินมากกว่า 100 ข้อ ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิด อาจนำไปสู่บทลงโทษหลายรูปแบบ รวมถึงการริบแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา
สำหรับเจอร์ราร์ด หนึ่งในช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดของอาชีพค้าแข้ง คือฤดูกาล 2013-14 ที่ลิเวอร์พูลพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลด้วยอันดับรองแชมป์ และเกิดเหตุการณ์ลื่นล้มอันโด่งดังในเกมพบเชลซี ซึ่งยังคงเป็นภาพจำของแฟนบอลทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม อดีตกัปตันทีม "หงส์แดง" ยืนยันว่า หากมีการริบแชมป์จริง เขาไม่ได้ต้องการเหรียญแชมป์ย้อนหลังแต่อย่างใด
"ผมยอมรับได้แล้วว่าตัวเองไม่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และผมก็ไม่ใช่คนที่จะออกมาพูดว่าผมต้องการเหรียญแชมป์หรือถ้วยแชมป์ย้อนหลัง"
เจอร์ราร์ดยังกล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกติดค้างใจ ไม่ใช่เรื่องถ้วยรางวัล แต่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักเตะ สโมสร และแฟนบอลจำนวนมาก หากสุดท้ายมีการพิสูจน์ว่ามีการทำผิดจริง
เขาระบุว่า หลายคนมักพูดว่า "ไม่มีใครพรากความทรงจำแห่งการฉลองแชมป์ไปได้" แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องจริง ก็เท่ากับมีคนจำนวนมากสูญเสียช่วงเวลาที่ควรเป็นของพวกเขาเช่นกัน
"แล้วความทรงจำที่พวกเขาพรากไปจากคนอื่นล่ะ? ไม่ใช่แค่จากตัวผมหรือสโมสรของผม แต่รวมถึงทุกทีมที่ได้รับผลกระทบตลอดช่วง 9-10 ปีที่ผ่านมา"
อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษยังมองว่า สิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือกระบวนการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อ แม้จะมีกรอบเวลาการตัดสินในบางขั้นตอน แต่ยังมีโอกาสที่คดีจะถูกอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) ซึ่งอาจทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ข้อสรุปสุดท้าย
เจอร์ราร์ดย้ำว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่การโจมตีนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะทุกคนล้วนเป็นนักเตะคุณภาพและประสบความสำเร็จในสนาม แต่สิ่งที่สังคมฟุตบอลต้องการคือความชัดเจนว่า สโมสรมีความผิดหรือบริสุทธิ์ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้คำตอบและเดินหน้าต่อไป
ภาพ AP




