ทำไมล้างด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวอาจไม่พอ?

น้ำเปล่าช่วยชะล้างเศษสิ่งสกปรกที่หลุดออกง่าย แต่ไม่สามารถกำจัดคราบมัน คราบน้ำลาย หรือคราบเครื่องดื่มที่เกาะตามพื้นผิวได้ดีเท่าการใช้น้ำยาล้างจานร่วมกับการขัดถู

จุดที่มักถูกมองข้าม ได้แก่ เกลียวฝา ปากดื่ม หลอดดูด วาล์วซิลิโคน และยางซีล เพราะเป็นบริเวณที่สัมผัสปากและกักเก็บความชื้นได้ง่าย การล้างเฉพาะตัวขวดจึงอาจทำให้ส่วนประกอบเหล่านี้ยังคงมีกลิ่นหรือคราบสะสมอยู่

กรมอนามัยแนะนำให้ล้างภาชนะบรรจุหรือใช้ดื่มน้ำทั้งภายในและภายนอกอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่คำแนะนำจากหน่วยงานด้านอาหารและโภชนาการของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ระบุว่า ขวดน้ำใช้ซ้ำควรล้างด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจาน แล้วผึ่งให้แห้งสนิท Extension and Ag Research News

5 วิธีลดการสะสมของเชื้อโรคและกลิ่นอับ

1. ล้างด้วยน้ำยาล้างจานทุกวัน

หากนำขวดไปใช้ระหว่างวัน ควรล้างเมื่อกลับถึงบ้าน ไม่ควรเติมน้ำใหม่ต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ได้ล้างขวด

วิธีล้างเบื้องต้นคือเติมน้ำอุ่นกับน้ำยาล้างจานเล็กน้อย ใช้แปรงล้างขวดขัดผิวด้านใน ปากขวด และเกลียวฝา จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดจนไม่มีฟองหรือกลิ่นน้ำยาตกค้าง

ควรตรวจคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนใช้น้ำร้อน เพราะพลาสติกบางชนิดอาจไม่ทนความร้อน และไม่ควรใช้ฝอยโลหะหรือวัสดุหยาบกับขวดพลาสติก เพราะอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนซึ่งล้างทำความสะอาดได้ยากขึ้น

2. ถอดฝา หลอด และยางซีลออกมาล้าง

อย่าล้างเฉพาะตัวขวด ควรถอดชิ้นส่วนที่ผู้ผลิตออกแบบให้ถอดได้ เช่น

  • ฝาปิดและจุกปากดื่ม
  • หลอดดูด
  • วาล์วซิลิโคน
  • ยางรองหรือยางซีล
  • แผ่นปิดช่องดื่ม

ใช้แปรงขนาดเล็กหรือแปรงล้างหลอดทำความสะอาดตามซอก เกลียว และร่องต่าง ๆ แล้วล้างออกให้หมด ไม่ควรฝืนงัดชิ้นส่วนที่ผู้ผลิตไม่ได้ออกแบบให้ถอด เพราะอาจทำให้ฝาเสียหายหรือรั่ว

Cleveland Clinic ระบุว่าฝา หลอด และยางซีลเป็นส่วนที่ควรถอดออกมาทำความสะอาด เนื่องจากความชื้นและคราบสามารถติดค้างในบริเวณที่เข้าถึงยากได้ health.clevelandclinic.org

3. ใช้แปรงที่เข้าถึงก้นขวดและซอกแคบ

ขวดทรงสูงหรือปากแคบอาจล้างก้นขวดไม่ทั่วถึงด้วยฟองน้ำทั่วไป ควรใช้แปรงด้ามยาวที่ขนาดเหมาะกับขวด และมีแปรงเล็กสำหรับหลอดหรือช่องดื่มโดยเฉพาะ

หลังใช้ควรล้างแปรงให้สะอาดและผึ่งให้แห้ง ไม่วางแปรงเปียกไว้ในภาชนะปิด รวมถึงไม่ควรใช้ฟองน้ำหรือแปรงที่มีกลิ่นอับ เพราะอาจนำสิ่งสกปรกกลับไปปนเปื้อนขวดที่เพิ่งล้าง

หากขวดระบุว่าสามารถเข้าเครื่องล้างจานได้ สามารถล้างตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยจัดวางชิ้นส่วนเล็กให้ไม่ตกหล่นหรือพลิกคว่ำจนมีน้ำขัง

4. เปิดฝาผึ่งจนแห้งสนิทก่อนประกอบ

หลังล้างควรวางขวด ฝา หลอด และยางซีลแยกกันในที่สะอาด มีอากาศถ่ายเท และปล่อยให้แห้งสนิทก่อนประกอบหรือปิดฝา

ไม่ควรปิดฝาขณะที่ภายในยังชื้น เพราะสภาพอับชื้นเอื้อต่อการเกิดกลิ่นและเชื้อรา หากคว่ำขวด ควรวางให้มีช่องระบายอากาศ ไม่ให้ปากขวดแนบสนิทกับพื้นผิวจนความชื้นระเหยออกไม่ได้

คำแนะนำด้านสุขอนามัยของ CDC สำหรับอุปกรณ์ที่สัมผัสอาหารและเครื่องดื่มให้ความสำคัญกับการผึ่งให้แห้งสนิท เพราะช่วยลดโอกาสที่เชื้อโรคและเชื้อราจะเติบโตในความชื้นที่เหลืออยู่ CDC

5. ตรวจสภาพขวดและเปลี่ยนเมื่อทำความสะอาดไม่ได้

ก่อนใช้งานควรสังเกตผิวขวด ฝา และยางซีล หากพบคราบดำ จุดเชื้อรา กลิ่นอับ คราบลื่น หรือคราบสีที่ล้างไม่ออก ควรหยุดใช้จนกว่าจะทำความสะอาดได้หมด

ขวดพลาสติกที่มีรอยแตกร้าว บุบ บิดเบี้ยว หรือมีรอยขูดขีดมาก รวมถึงฝาที่รั่วและยางซีลเสื่อม ควรเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรนำขวดน้ำดื่มแบบใช้ครั้งเดียวมาเติมซ้ำเป็นเวลานาน เพราะไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการล้างและใช้งานซ้ำหลายรอบ

กรมอนามัยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ขวดพลาสติกที่รั่ว แตกร้าว บุบ หรือชำรุด เนื่องจากทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงและอาจเกิดการปนเปื้อนได้ง่ายขึ้น ข่าวสารกรมอนามัย

เครื่องดื่มชนิดอื่นต้องใส่ใจมากขึ้น

หากใส่นม กาแฟ ชา น้ำผลไม้ เครื่องดื่มโปรตีน หรือน้ำหวาน ควรล้างขวดทันทีหลังดื่มเสร็จ เพราะโปรตีน น้ำตาล และไขมันสามารถตกค้าง เกิดกลิ่น และเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ได้มากกว่าน้ำเปล่า

ขวดที่ใส่เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ควรถูกทิ้งไว้ในรถหรือพื้นที่อากาศร้อนเป็นเวลานาน และควรตรวจว่าขวดได้รับการออกแบบให้ใส่เครื่องดื่มร้อน เย็น หรือมีกรดได้หรือไม่

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

  • เติมน้ำใหม่ทับน้ำเก่าไปเรื่อย ๆ โดยไม่ล้างขวด
  • ใช้ขวดน้ำร่วมกับผู้อื่น
  • จับปากขวดหรือปลายหลอดด้วยมือที่ไม่สะอาด
  • ปล่อยเครื่องดื่มค้างในขวดข้ามคืน
  • ปิดฝาทันทีทั้งที่ขวดยังชื้น
  • ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นโดยไม่อ่านฉลาก
  • ผสมน้ำยาทำความสะอาดหลายชนิดเข้าด้วยกัน

หากต้องฆ่าเชื้อเป็นกรณีพิเศษ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตขวดและฉลากผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับพื้นผิวสัมผัสอาหาร ไม่ควรกะปริมาณน้ำยาด้วยตนเอง

สรุปแล้ว การกลั้วด้วยน้ำเปล่าเหมาะสำหรับล้างชั่วคราวระหว่างวัน แต่ไม่ควรใช้แทนการล้างประจำวันด้วยน้ำยาล้างจาน สิ่งสำคัญคือถอดชิ้นส่วน ขัดซอกที่เข้าถึงยาก ล้างน้ำยาออกให้หมด และผึ่งทุกส่วนจนแห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้