กระทรวงมหาดไทยเดินหน้าจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ลงพื้นที่ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกเข้าตรวจสอบและทลายสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบเปิดให้บริการโดยฝ่าฝืนกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง

ทันทีที่ชุดปฏิบัติการพิเศษนำกำลังเข้าชาร์จและควบคุมพื้นที่ พบนักท่องราตรีจำนวนมากกำลังดื่มกินและเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบความผิดข้อหาร้ายแรงหลายประการ เริ่มตั้งแต่ร้านดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการ, มีการปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำกว่าเกณฑ์เข้าไปใช้บริการ นอกจากนี้ จากการตรวจค้นร่างกายผู้มาใช้บริการและพื้นที่โดยรอบ ยังพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่จำนวนหนึ่ง พร้อมกับตรวจยึดอาวุธปืนได้ในที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์สำคัญที่นำไปสู่การขยายผลครั้งใหญ่ คือการที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจยึดเอกสารสำคัญ ซึ่งเป็น "บัญชีส่วย" หรือโพยรายการโอนเงินจ่ายใต้โต๊ะ โดยระบุรายละเอียดการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐจากหลายหน่วยงาน เพื่อแลกกับการละเว้นการตรวจสอบและปล่อยให้เปิดสถานบริการเถื่อนแห่งนี้ ซึ่งมียอดเงินหมุนเวียนในการจ่ายส่วยสูงถึงกว่า 180,000 บาทต่อเดือน

เหตุผลที่เราไม่ควรหยุดแค่การชื่นชมการบุกจับ มี 3 ประเด็นหลักที่สะท้อนล้มเหลวของโครงสร้าง :
-
1. ความล้มเหลวของกลไกปกติ : ในประเทศที่ระบบยุติธรรมทำงานปกติ รัฐมนตรีมีหน้าที่กำหนดนโยบาย ไม่ใช่ใส่เสื้อกั๊กไปถีบประตูจับคนร้าย การที่ระดับ มท.2 ต้องลงมาลุยเองกับสถานบันเทิงที่ตั้งอยู่แทบจะติดกับ สน.ชนะสงคราม มันคือการตบหน้าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อย่างรุนแรง มันประจานว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น "ตาบอด" หรือ "จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" อย่างสิ้นเชิง ผับที่ไม่มีใบอนุญาต ปล่อยเด็กอายุ 15 ปีเข้า ปล่อยให้มั่วสุมยาเสพติด ไม่มีทางหลุดรอดสายตาไปได้หากไม่มีการหลับตาข้างหนึ่ง
-
2. ส่วย 1.8 แสนบาท คือ "ใบอนุญาตเหนือกฎหมาย" : สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การพบปัสสาวะสีม่วงหรืออาวุธ แต่คือ "โพยส่วยเดือนละกว่า 177,000 - 180,000 บาท" นี่คือคำตอบว่าทำไมสำนักงานเขตพระนครเคยส่งหนังสือสั่งปิดร้านนี้มาแล้วถึง 4 ครั้งตั้งแต่เดือนสิงหาคม แต่ร้านยังกล้าเปิดไฟสว่างไสวเย้ยกฎหมาย เงินเกือบ 2 แสนบาทต่อเดือนนี้ถูกแบ่งจ่ายเพื่อซื้อ "ความเงียบ" ของเจ้าหน้าที่รัฐกี่หน่วยงาน? ตราบใดที่เงินก้อนนี้ยังจ่ายตรงเวลา กฎหมายก็เป็นแค่กระดาษชำระ
-
3. ละครฉากเดิม "เด้ง 5 เสือ" : ทุกครั้งที่มีการบุกจับใหญ่ บทสรุปมาตรฐานที่ตามมาแทบจะทันทีคือการสั่งย้าย "5 เสือ สน." ไปช่วยราชการ แต่นี่คือตรรกะที่ผิดเพี้ยนที่สุดของระบบราชการไทย การเด้งไม่ใช่การลงโทษทางอาญา มันคือการเอาคนผิดออกจากพื้นที่ชั่วคราวเพื่อรอให้สื่อหยุดนำเสนอข่าว หากมีหลักฐานบัญชีส่วยชัดเจนขนาดนี้ สิ่งที่ ป.ป.ท. และตำรวจระดับสูงต้องทำคือ "ลากคอข้าราชการที่รับส่วยทุกคนเข้าคุก ยึดทรัพย์ และไล่ออก" ไม่ใช่แค่ย้ายโต๊ะทำงานแล้วรอวันกลับมาใหม่

เบื้องต้น ทางชุดจับกุมได้สั่งปิดสถานบันเทิงดังกล่าวทันที พร้อมรวบรวมของกลางและส่งตัวผู้จัดการร้านรวมถึงผู้กระทำผิด ให้กับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงมหาดไทยเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำบัญชีส่วยดังกล่าวไปตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อขยายผลเอาผิดทางวินัยและอาญากับข้าราชการทุกระดับที่มีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการรับผลประโยชน์ในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด





