“เอกนิติ–กอร์เกียวา” เปิดสัปดาห์ประชุม IMF–ธนาคารโลกที่ชุมชนบ่อฝรั่ง เชื่อมวาระเศรษฐกิจโลก ชูการสร้างโอกาสเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนางคริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม IMF CSR Program ณ ชุมชนบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา ก่อนเข้าสู่การประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม โดย ดร.เอกนิติได้กล่าวต้อนรับนางกอร์เกียวาอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองในฐานะมิตร พร้อมระบุว่า แม้สัปดาห์นี้จะเต็มไปด้วยการประชุมสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่การได้ออกจากห้องประชุมมาพบปะและเรียนรู้จากชุมชนก็มีความสำคัญเช่นกัน

กิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กระทรวงการคลัง IMF ธนาคารแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและสร้างโอกาสทางการศึกษา โดยมีโครงการปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ่อฝรั่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญ ซึ่ง IMF ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณและอุปกรณ์เทคโนโลยี ขณะที่ฝ่ายไทยประสานความร่วมมือกับมูลนิธิ C-Asean และภาคีเครือข่ายในการพัฒนาพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ศูนย์การเรียนรู้เป็นพื้นที่สำหรับการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการเข้าถึงเทคโนโลยีของเด็กและเยาวชนในชุมชน สะท้อนความตั้งใจที่จะให้การเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจระดับโลกของประเทศไทยสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนแก่ประชาชน แม้การประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว

ดร.เอกนิติกล่าวว่า “กิจกรรมในวันนี้อาจดูเป็นเรื่องเรียบง่าย แต่สะท้อนแนวคิดหลักของการประชุมครั้งนี้ คือการสร้างโอกาสให้ประชาชนและเสริมสร้างความเข้มแข็งในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ที่ชุมชนบ่อฝรั่ง เราเห็นว่าการสร้างโอกาสเริ่มต้นจากการมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและมั่นคง ก่อนจะต่อยอดไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งการปลูกพืชผักที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การเพาะเห็ดที่สร้างรายได้เสริม และศูนย์การเรียนรู้ที่ช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พัฒนาทักษะ สิ่งเหล่านี้เมื่อรวมกันจะช่วยให้ครอบครัวและชุมชนเข้มแข็งขึ้น มีศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต” พร้อมเน้นย้ำว่า การพัฒนาที่เกิดขึ้นได้จริงต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาล ภาคเอกชน หุ้นส่วนการพัฒนา และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนในชุมชนเอง

ที่มา: กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance  

Article ImageArticle ImageArticle Image