ช่วงเดือนสิงหาคม 2540 จังหวัดชุมพรประสบอุทกภัยรุนแรงจากพายุโซนร้อนซีต้า น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลหลากเข้าท่วมเขตชุมชน สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดพายุฝนอีกระลอก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยความเดือดร้อนของราษฎร มีพระราชดำริให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการขุดคลองหัววัง–พนังตัก ซึ่งเป็นเส้นทางผันน้ำจากแม่น้ำท่าตะเภาออกสู่ทะเล พระองค์ได้พระราชทานเงินจากมูลนิธิชัยพัฒนา 18 ล้านบาท ให้กรมชลประทานยืมเพื่อเร่งดำเนินการ โดยกำหนดให้ขุดคลองช่วงสำคัญความยาว 1,460 เมตร ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือน
วันที่ 4 ธันวาคม 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ใช้พื้นที่หนองใหญ่ ซึ่งเป็นหนองน้ำธรรมชาติใกล้ตัวเมืองชุมพร ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงรับน้ำหลาก หลักการสำคัญคือชักน้ำบางส่วนจากคลองท่าแซะผ่านคลองละมุเข้าสู่พื้นที่หนองใหญ่ เพื่อเก็บน้ำไว้ชั่วคราว ก่อนทยอยระบายผ่านคลองหัววัง–พนังตักออกสู่ทะเล ช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองชุมพรในช่วงฝนตกหนัก นอกจากนี้ ยังมีระบบประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และการติดตามระดับน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำทั้งในช่วงน้ำหลากและฤดูแล้ง


วันที่ 20 มิถุนายน 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการ พร้อมพระราชดำริเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบระบายน้ำและการจัดตั้งระบบเตือนภัยบริเวณต้นน้ำ
เดือนตุลาคม 2569 จังหวัดชุมพรยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำหลาก ข้อมูลจังหวัดชุมพรระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 6 ตุลาคม 2569 มีปริมาณฝนสะสมเฉลี่ย 1,013.5 มิลลิเมตร โดยพื้นที่อำเภอพะโต๊ะมีปริมาณฝนสะสมสูงสุด ขณะที่หน่วยงานด้านภัยพิบัติและชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ระบบแก้มลิงหนองใหญ่และคลองหัววัง–พนังตักจึงยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของจังหวัด ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยรับน้ำหลาก ควบคุมการระบายน้ำ และลดความเสี่ยงต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน

อย่างไรก็ตาม การรับมืออุทกภัยยังจำเป็นต้องอาศัยการพยากรณ์อากาศ การแจ้งเตือน การบริหารประตูระบายน้ำ และการติดตามสภาพน้ำจริงควบคู่กัน
จากการเร่งขุดคลองก่อนพายุลินดาในปี 2540 สู่ระบบจัดการน้ำที่ยังใช้งานในปัจจุบัน โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริจึงเป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เชื่อมโยงการระบายน้ำ การเก็บกักน้ำ และความเป็นอยู่ของประชาชนเข้าด้วยกัน




