สตม. ร่วม บช.น.-ปปง.-กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ "เผยเงาเหนือ" ทลายขบวนการสวมสิทธิทะเบียนราษฎร รวบ 24 ผู้ต้องหา แกะรอย 4 บอสใหญ่จีน-เมียนมา ถือบัตรหัว 0 ยึดทรัพย์หมุนเวียน 581 ล้านบาทขยายผลจากเชียงรายสู่กรุงเทพฯ พบเจ้าหน้าที่รัฐ-นายหน้า-ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมทุจริต แฉบอสจีนหนีหมายแดง INTERPOL คดีหมื่นล้าน กบดานสวมสิทธิทำบัตรประชาชนไทย
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) – พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สนธิกำลังร่วมกับ กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.), สำนักงาน ปปง. และ สำนักงาน ป.ป.ท. แถลงเปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” (Operation Northern Shadow) เพื่อกวาดล้างและทลายขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร สวมสิทธิ และใช้เอกสารประจำตัวโดยมิชอบในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
จากการสืบสวนพบขบวนการดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องรวม 36 ราย ทั้งผู้จัดหาเอกสาร ผู้รับรอง เจ้าบ้าน นายหน้า และเจ้าหน้าที่รัฐ ศาลได้อนุมัติหมายจับ 15 หมาย และหมายค้น 7 หมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 24 ราย (จับตามหมาย 5 ราย และจับซึ่งหน้า 19 ราย) แบ่งเป็นชาวจีน 3 ราย คนไทย 2 ราย และชาวเมียนมา 19 ราย โดยจากการขยายผลสามารถระบุตัวตน 4 เป้าหมายสำคัญ ที่เป็นหัวหน้าเครือข่าย ดังนี้:
-
นายอี้หลง แซ่จาง หรือ “อาหลง”: ถือบัตรประชาชนไทยเลขขึ้นต้นด้วย 5 เพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรพื้นที่ อ.เวียงแก่น เพื่อสร้างตัวตนประกอบธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนในบัญชีตนเองและภรรยารวมกว่า 581 ล้านบาท พร้อมอายัดทรัพย์สินบ้าน ที่ดิน และรถหรูรวมมูลค่ากว่า 312 ล้านบาท
-
นายหลวง ยี่หลง (SAI LONE AYE): สัญชาติเมียนมา ลักลอบเข้าไทยและเคยบวชเป็นพระในพื้นที่ อ.แม่สาย ก่อนเข้ากระบวนการทำ "บัตรหัว 0" (บัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน) โดยอ้างเป็นบุคคลชายขอบ
-
นาย LI ZHIJUN หรือ “จิน ไทยลื้อ”: บุคคลตามหมายแดงอินเตอร์โพล (INTERPOL) หนีคดีรับเงินฝากผิดกฎหมายจากประเทศจีน มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านหยวน (ราว 15,000 ล้านบาท) พบมีบัตรหัว 0 และมีชื่อในทะเบียนราษฎร อ.แม่สาย ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวยังมีคนต่างด้าวสวมสิทธิอยู่อีก 7 ราย ปัจจุบันถูกรับโทษในไทยและเตรียมเนรเทศส่งตัวกลับจีน
-
นายฐกร เซ่งกัวร์ หรือ GUO YU: ชาวจีนเชื่อมโยงหมายจับทางการจีน ยื่นเรื่องทำบัตรไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ อ.เวียงแก่น ก่อนได้บัตรประชาชนไทยเลขขึ้นต้นด้วย 8 ถือหนังสือเดินทางไทยเดินทางออกนอกประเทศ และถือครองอสังหาริมทรัพย์รวมถึงบริษัทหลายแห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ทรัพย์สิน และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐรวมถึงผู้นำท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสวมสิทธิบัตรประชาชนอย่างเด็ดขาดตามกฎหมายต่อไป










