‘อนุทิน’ มั่นใจสถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลาย เร่งระดมบิ๊กคลีนนิงเปิดทางจราจร สั่งห้ามกั๊กเงินเยียวยาเร่งจ่ายประชาชนทันที ยันไม่หวั่นซักฟอกปมทุจริตสอบท้องถิ่น ปัด ป.ป.ช. มวยล้มเพราะทำงานตามกฎหมายไม่มีใครกดดันได้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) ถึงภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมทั่วประเทศดีขึ้นตามลำดับ โดยพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดปราจีนบุรี ปริมาณน้ำเริ่มลดลง ซึ่งรัฐบาลได้เร่งระบายน้ำออกในช่วงที่น้ำทะเลลดลง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับพายุลูกใหม่ที่อาจจะเข้ามา ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังเหลือท่วมขังเพียงบางจุด ซึ่งได้สั่งการระดมกำลังและเครื่องมือเข้าไปสนับสนุนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) เพื่อกำจัดขยะและสิ่งสกปรกที่กีดขวางทางเข้าออกบ้านเรือนและการจราจรของประชาชนหลังน้ำลด
สำหรับความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขณะนี้เงินเริ่มทยอยเข้าบัญชีประชาชนแล้วประมาณ 11,000 ครอบครัว โดยเน้นย้ำในที่ประชุมว่า ทุกหน่วยงานไม่จำเป็นต้องรอให้สถานการณ์น้ำคลี่คลายทั้งหมดแล้วค่อยมารวบรวมรายชื่อ แต่ให้เร่งรวบรวมและตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่นาทีนี้ หากพบว่าเข้าเกณฑ์เงื่อนไขตามที่กำหนด ให้ดำเนินการอนุมัติโอนเงินช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด ส่วนกรณี สนทช. ประเมินว่าพื้นที่ปราจีนบุรีอาจใช้เวลาฟื้นฟูราว 1 เดือนนั้น รัฐบาลจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ให้คลี่คลายเร็วที่สุด
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงกรณีข้อวิพากษ์วิจารณ์การตรวจสอบการทุจริตสอบท้องถิ่น หลัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปล่อยตัวผู้ต้องหา 3 รายเนื่องจากส่งฟ้องไม่ทันกำหนด จนถูกตั้งคำถามว่าเป็น "มวยล้ม" หรือไม่ โดยยืนยันว่า เชื่อมั่นในองค์กร ป.ป.ช. ว่าไม่ได้เป็นมวยล้ม เพราะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างอิสระ ไม่มีใครสามารถกดดันหรือมีอิทธิพลเหนือได้ ในส่วนของรัฐบาลก็ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังจนสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้หลายราย ทั้งนี้ หากฝ่ายค้านจะนำประเด็นดังกล่าวไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนก็ไม่มีความกังวลและพร้อมชี้แจงในสภา แต่ในส่วนรายละเอียดของ ป.ป.ช. คงต้องให้ทาง ป.ป.ช. เป็นผู้ชี้แจงเอง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการ โดยระบุว่า นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและเกินขอบเขตในการเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลนั้น นายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้นๆ ว่า "อืม"




