นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุม กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านระบบ Video Conference จากประเทศสิงคโปร์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 9

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์ฝนในพื้นที่ตอนบนของประเทศมีแนวโน้มลดลง แต่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในช่วง 9–13 ตุลาคม 2569 ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ อาจมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จึงถือเป็นช่วงสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องเร่งวางแผนรับมือ

สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือ การบริหารจัดการและระบายน้ำ การเตรียมพื้นที่รองรับน้ำ และการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวก่อนฝนระลอกใหม่เข้ามา

นายอนุทินกล่าวถึงการพยากรณ์อากาศว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ปรับรูปแบบการนำเสนอข้อมูลผ่านภาพและการไฮไลต์พื้นที่ที่มีฝน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น พร้อมเสนอให้นำข้อมูลจาก “Now Class” หรือการพยากรณ์อากาศระยะสั้นของ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ มาประกอบกับข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา

โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลจากทั้งสองแหล่งมาเปรียบเทียบและประเมินร่วมกัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะการพยากรณ์ในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานสามารถตัดสินใจรับมือได้เร็วขึ้น

นายกรัฐมนตรีกำชับว่า หากประเมินพื้นที่ใดมีความเสี่ยงน้ำท่วมสูง ต้อง เร่งอพยพประชาชนล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจระดับความเสี่ยง เพื่อให้สามารถเตรียมตัวและวางแผนรับมือได้อย่างเหมาะสม

สำหรับพื้นที่ ลุ่มน้ำบางปะกง จ.ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตั้ง เครื่องผลักดันน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยเร็ว

ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ขอให้ใช้ช่วงเวลานี้ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ทำความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติ รวมถึงตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล เครื่องมือ และทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ได้ทันทีหากเกิดภัย

นายกรัฐมนตรีกำชับเพิ่มเติมว่า หากหน่วยงานใดมีข้อขัดข้องหรือต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม ให้แจ้งต่อ บกปภ.ช. ซึ่งมีการประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำ เพื่อให้รัฐบาล กองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด 

Article Image