เปิดโปรไฟล์ "ไท่หยาง ซาง" หนุ่มสายคริปโตต่างชาติ สามี "สส.ไอเดีย สุชาดา" หลัง ป.ป.ช. เปิดกรุทรัพย์สินทะลุ 1.8 พันล้าน
กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรโดย นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ได้ตั้งข้อสังเกตและพาดพิงถึงสามีของ "สส.ไอเดียร์" นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย จนนำไปสู่การตอบโต้อย่างเดือดดาลในสภา โดย สส.ไอเดียร์ ยืนยันว่าหากไม่มีหลักฐานก็อย่ากล่าวหา และพร้อมให้ดำเนินการตามกฎหมายหากพบความผิดจริง
ต่อมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นางสาวสุชาดา และคู่สมรส พบว่ามีทรัพย์สินรวมกันสูงถึงประมาณ 1,800 - 1,974 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของ สส.ไอเดีย ประมาณ 130 ล้านบาท ขณะที่คู่สมรส "นายไท่หยาง ซาง" (Taiyang Zhang) มีทรัพย์สินสูงกว่า 1.84 พันล้านบาท ซึ่งก้อนใหญ่ที่สุดเป็นรายการเงินให้กู้ยืมสูงถึง 1.44 พันล้านบาท โดยในเอกสารยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ได้มีการระบุอาชีพของคู่สมรสอย่างแน่ชัด
เส้นทางธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีระดับโลก
จากข้อมูลการสืบค้นพบว่า นายไท่หยาง ซาง ถือสัญชาติออสเตรเลีย เรียนจบปริญญาตรีที่ Australian National University (สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์) เป็นที่รู้จักในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลระดับนานาชาติ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Ren Protocol โครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนชื่อดัง โดยต่อมาในช่วงต้นปี 2564 เขาได้ตัดสินใจขายกิจการดังกล่าวให้แก่ FTX แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซียักษ์ใหญ่ระดับโลกในขณะนั้น
ภายหลังการขายกิจการ ไทหยาง ซาง ได้เข้าร่วมทำงานกับบริษัทในเครือ FTX และ Alameda Research ซึ่งในเวลาต่อมาอาณาจักร FTX ได้ประสบวิกฤตการณ์ล้มละลายครั้งใหญ่และตกเป็นคดีฉ้อฉลระดับโลกที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเคยปล่อยกู้แก่ Three Arrows Capital (3AC) เป็นจำนวนเงินหลาย1,440.47 ล้านบาท และมียอดหนี้คงเหลือประมาณ 1,343.13 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดที่แจ้งไว้ ก่อนจะหันมาสนใจงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และเทคโนโลยีการค้นคว้ายา
ตกเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ส่อถูกสอบข้อเท็จจริง
ล่าสุดในเดือนตุลาคม 2569 ประเด็นของ ไทหยาง ซาง ได้กลายเป็นชนวนร้อนทางการเมือง เมื่อ สส. ฝ่ายค้าน นำชื่อของเขาขึ้นมาพาดพิงระหว่างการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ เครือข่ายธุรกิจ และการเชื่อมโยงกับทุนข้ามชาติ ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความชัดเจนต่อไป













