ขี้หูไม่ใช่สิ่งสกปรกทั้งหมด
ขี้หูหรือ “เซรูเมน” เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติ มีหน้าที่ช่วยเคลือบและหล่อลื่นผิวช่องหู ดักจับฝุ่น สิ่งแปลกปลอม และช่วยปกป้องช่องหูจากความชื้นและเชื้อโรคบางชนิด
โดยทั่วไป ช่องหูมีกระบวนการทำความสะอาดตัวเอง เมื่อพูด เคี้ยวอาหาร หรือขยับขากรรไกร ขี้หูจะค่อย ๆ เคลื่อนออกมาทางปากช่องหูพร้อมกับเซลล์ผิวหนังที่หลุดออก จึงไม่จำเป็นต้องแคะหูทุกวัน
การใช้คอตตอนบัด กิ๊บติดผม ไม้แคะหู หรืออุปกรณ์ปลายแหลม อาจรบกวนกระบวนการนี้ และดันขี้หูให้แน่นขึ้นแทนที่จะนำออกมา สมาคมแพทย์หู คอ จมูกแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ไม่ควรสอดวัตถุใด ๆ เข้าไปในช่องหูเพื่อกำจัดขี้หู ENT Health
5 วิธีดูแลหูอย่างปลอดภัย
1. เช็ดเฉพาะใบหูและปากช่องหู
หลังอาบน้ำ ใช้ผ้าสะอาดเนื้อนุ่มเช็ดใบหู รอยพับหลังหู และบริเวณปากช่องหูเท่าที่มองเห็น ไม่ต้องพยายามเช็ดลึกเข้าไปด้านใน
หากต้องการใช้คอตตอนบัด ควรใช้เฉพาะผิวด้านนอกเท่านั้น และหยุดทันทีเมื่อปลายคอตตอนบัดกำลังจะเข้าไปในช่องหู เพราะแม้ใช้เบา ๆ ก็อาจผลักขี้หูให้ลึกขึ้นได้
2. หลีกเลี่ยงการสอดสิ่งของเข้าไปในรูหู
ไม่ควรใช้คอตตอนบัด นิ้วมือ กิ๊บติดผม ไม้แคะหู ปลายปากกา หรืออุปกรณ์แคะหูที่มีกล้องสอดเข้าไปในช่องหู เพราะอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น
- ขี้หูถูกดันเข้าไปอัดแน่น
- ผิวช่องหูถลอกหรือติดเชื้อ
- สำลีหรือชิ้นส่วนอุปกรณ์ติดค้างในหู
- แก้วหูบาดเจ็บหรือทะลุ
- การได้ยินลดลงชั่วคราวหรือถาวรในกรณีรุนแรง
แนวทางทางการแพทย์ระบุว่า การใช้คอตตอนบัดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยของขี้หูอุดตัน และอาจทำอันตรายต่อช่องหูหรือแก้วหูได้ Mayo Clinic
3. อย่าใช้เทียนแคะหูหรืออุปกรณ์ดูดขี้หูเอง
“เทียนแคะหู” หรือ Ear Candle ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าดูดขี้หูออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจทำให้ใบหูไหม้ ขี้ผึ้งหยดอุดช่องหู หรือแก้วหูทะลุได้ จึงไม่ควรทดลองใช้ แม้มีการโฆษณาว่าเป็นวิธีธรรมชาติก็ตาม accessdata.fda.gov
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เครื่องมือดูดขี้หู และอุปกรณ์ปลายโลหะที่จำหน่ายออนไลน์ก็ไม่ควรนำมาใช้เอง เนื่องจากผู้ใช้มองไม่เห็นสภาพช่องหูและตำแหน่งแก้วหูอย่างชัดเจน
4. หากหูอื้อจากขี้หู ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาหยอด
ผู้ที่สงสัยว่าขี้หูแข็งหรืออุดตันอาจได้รับคำแนะนำให้ใช้ยาหยอดหูสำหรับทำให้ขี้หูนิ่ม แต่ควรใช้ตามฉลากและคำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์ ไม่ควรผสมน้ำยา น้ำมัน สมุนไพร หรือสารต่าง ๆ หยอดหูเอง
ไม่ควรหยอดหรือฉีดล้างหูเอง หากมีภาวะต่อไปนี้
- ปวดหู มีหนอง เลือด หรือน้ำไหลจากหู
- เคยมีแก้วหูทะลุหรือใส่ท่อระบายที่แก้วหู
- เคยผ่าตัดหู
- สงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหู
- มีการติดเชื้อหรือการอักเสบของช่องหู
- ไม่แน่ใจว่าอาการเกิดจากขี้หูจริงหรือไม่
หากขี้หูอุดตันมาก บุคลากรทางการแพทย์สามารถตรวจช่องหูและเลือกวิธีนำออกอย่างเหมาะสม เช่น ใช้เครื่องมือเฉพาะ การดูดออก หรือการล้างหูในผู้ที่ไม่มีข้อห้าม ENT Health
5. สังเกตอาการผิดปกติและตรวจหูเมื่อจำเป็น
ควรพบแพทย์หากมีอาการหูอื้อ ได้ยินลดลง รู้สึกหูตัน ปวดหู คันมาก มีเสียงดังในหู มีกลิ่นผิดปกติ หรือเวียนศีรษะ เพราะอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากขี้หูเสมอไป แพทย์ต้องตรวจด้วยเครื่องส่องหูก่อนจึงจะระบุสาเหตุได้
ผู้ที่ใส่เครื่องช่วยฟัง ใช้ที่อุดหูเป็นประจำ มีช่องหูแคบ หรือเคยมีขี้หูอุดตันซ้ำ อาจต้องตรวจหูเป็นระยะตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากอุปกรณ์ในช่องหูอาจขัดขวางการเคลื่อนตัวตามธรรมชาติของขี้หู ENT Health
อาการแบบใดควรรีบพบแพทย์?
ควรหยุดแคะหูและเข้ารับการตรวจ หากพบอาการต่อไปนี้
- ได้ยินลดลงหรือหูอื้ออย่างฉับพลัน
- ปวดหูรุนแรง หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
- มีเลือด หนอง หรือน้ำใสไหลออกจากหู
- เวียนศีรษะรุนแรง เดินเซ หรืออาเจียน
- มีไข้ร่วมกับอาการปวดหรือบวมรอบหู
- คอตตอนบัดหรือสิ่งของหักติดอยู่ในช่องหู
- มีอาการหลังสอดอุปกรณ์เข้าไปลึกหรือกระแทกหู
โดยเฉพาะอาการได้ยินลดลงฉับพลัน ไม่ควรสรุปเองว่าเกิดจากขี้หูอุดตัน เพราะอาจเป็นภาวะทางการได้ยินที่ต้องได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน
คอตตอนบัดไม่ได้ทำให้ช่องหูสะอาดขึ้นเสมอไป และการใช้ทุกวันอาจยิ่งดันขี้หูเข้าไปอัดแน่น วิธีดูแลที่ปลอดภัยคือปล่อยให้หูทำความสะอาดตัวเอง เช็ดเฉพาะด้านนอก และให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติ




