สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.ดส.เคยปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่พร้อมของกลางยาไอซ์ 900 กิโลกรัมมาแล้วครั้งหนึ่ง
พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบช.น.สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส.บช.น.นำโดย พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก. ดส. เร่งรัดสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง
จนพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยสืบทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีกำหนดการเดินทางไปรับยาเสพติดล็อตใหญ่จากพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อนำมาพักเก็บไว้ในบ้านพักย่านบางบัวทอง จึงได้วางแผนเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด

กระทั่งชุดจับกุมพบรถยนต์เป้าหมายคันแรกเป็นรถตู้ยี่ห้อฮุนได H1 สีดำ วิ่งเข้ามายังบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ถนนกาญจนาภิเษก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม นายคทาทร หรือจอร์ช อายุ 37 ปี คนขับรถตู้ขนยา พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) บรรจุอยู่ภายในถุง รวม462 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 462 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถตู้คันดังกล่าว
สอบสวน นายคทาทรรับสารภาพ ทำหน้าที่อยู่ใน “ทีมขนส่ง” ได้รับคำสั่งจากนายภูมิ ให้ขับรถตู้บรรทุกยาไอซ์ดังกล่าวมาส่งมอบให้กับทีมรับยาภายในปั๊มน้ำมันจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปซุกซ่อนเตรียมกระจายจำหน่าย

ชุดสืบสวนได้ขยายผลติดตามไปยังสถานีบริการน้ำมันอีกแห่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร ตามที่สายลับและข้อมูลการสืบสวนระบุว่าเป็นจุดนัดหมายของ “ทีมมารับยา” และจับกุมผู้ต้องหาคนที่ 2 ได้ทันควันคือ นายนัฐพล หรือแฟรงค์ อายุ 33 ปี พร้อม ของกลางรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีเทา ใช้ทำหน้าที่นำทาง
สอบสวนรับสารภาพ ได้รับคำสั่งจากนายบิล ให้ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค มาจอดรอรับรถตู้ของนายคทาทร เพื่อทำหน้าที่ “ขับรถนำทาง” นำรถตู้เข้าไปซุกซ่อนยาเสพติดทั้งหมดไว้ภายในบ้านพักย่านต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง ก่อนเตรียมกระจายสินค้าให้ลูกค้ารายย่อย

ผู้ต้องหาทั้งสองรายร่วมรับสารภาพ ได้ร่วมกันรับจ้างทำขบวนการค้ายาเสพติดลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ก่อนจะถูกตำรวจกก.ดส.รวบตัวไว้ได้พร้อมของกลางมหาศาล มูลค่ารวมกว่า 150,000,000 บาท
จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

พร้อมกันนี้ ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นขยายผลเพิ่มเติมที่บ้านพักในตำบลบางรักพัฒนาเพื่อเก็บพยานหลักฐาน และอยู่ระหว่างเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการและนายทุนผู้สั่งการที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป





