วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่วัดบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ประสบภัย นายกรัฐมนตรีระบุว่า อุทกภัยกำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมถึงกรุงเทพมหานคร หลังมวลน้ำจากตอนบนไหลลงมาสมทบกับปริมาณฝนสะสม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตและการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นลำดับแรก จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว เตรียมอาหาร น้ำดื่ม เวชภัณฑ์ การรักษาพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น โดยเน้นการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และประชาชนที่ช่วยเหลือตัวเองได้จำกัด

ด้านการบริหารน้ำ นายกรัฐมนตรีกำชับให้ระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังลงสู่แม่น้ำสายหลักอย่างรอบคอบ พร้อมประเมินระดับน้ำในพื้นที่ตอนล่างและช่วงน้ำทะเลหนุน เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับเข้าท่วมชุมชน รวมทั้งให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและหน่วยงานด้านน้ำใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการกำหนดแผนระบาย ไม่ให้การเร่งระบายน้ำจากพื้นที่หนึ่งสร้างผลกระทบต่อพื้นที่ถัดไป
สำหรับการช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับผู้ประสบอุทกภัยตามช่วงเวลาและหลักเกณฑ์ของภาครัฐ โดยเกณฑ์รับความช่วยเหลือครอบคลุมหลายกรณี ทั้งบ้านถูกน้ำท่วมและทรัพย์สินเสียหาย น้ำท่วมติดต่อกันเกิน 7 วัน หรือบ้านถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้ ทั้งนี้ ผู้ขอรับสิทธิต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานในพื้นที่

ส่วนภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป รัฐบาลได้เริ่มโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยมีเป้าหมายคุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังทั่วประเทศ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ความคุ้มครองประกอบด้วยกรณีบ้านถูกน้ำล้อม ความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย และกรณีเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินต้องพิจารณาตามความเสียหายจริงและเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ใช่เงินเหมาจ่ายให้ทุกครัวเรือนโดยอัตโนมัติ ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองจะร่วมกับบริษัทประกันภัยตรวจสอบและประเมินความเสียหาย เพื่อให้การพิจารณาสินไหมเป็นธรรม ขณะที่หน่วยงานภาครัฐต้องตรวจสอบไม่ให้การจ่ายเงินตามกรมธรรม์ซ้ำซ้อนกับมาตรการช่วยเหลือประเภทอื่น

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ได้ประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกวัน เวลา 08.00 น. ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประเมินแนวโน้ม ประสานกำลัง และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่
หลังตรวจเยี่ยมประชาชนที่นครสวรรค์ นายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดติดตามสถานการณ์บริเวณเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท และจุดยุทธศาสตร์ด้านการบริหารน้ำ เพื่อประเมินมวลน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางและจังหวัดท้ายน้ำต่อไป





