คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติขยายระยะเวลาประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 19 อำเภอ 4 จังหวัด ต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน  

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การขยายระยะเวลาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 22 โดยยังคงพื้นที่เดิมทั้ง 19 อำเภอ ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ 
จังหวัดปัตตานี  7 อำเภอ ( ยะหริ่ง, ปะนาเระ, มายอ, ไม้แก่น, ทุ่งยางแดง, กะพ้อ และแม่ลาน)
จังหวัดยะลา 5 อำเภอ (เบตง, ยะหา, รามัน, กาบัง และกรงปินัง)
จังหวัดสงขลา  4 อำเภอ (นาทวี, จะนะ, เทพา และสะบ้าย้อย)
จังหวัดนราธิวาส 3 อำเภอ  (ยี่งอ, แว้ง และสุคิริน)  หลังจากที่ ครม. เคยมีมติปรับลดอำเภอสุไหงโก-ลก ออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้านี้เมื่อ 11 เม.ย. 2569 ทำให้เหลือ 19 อำเภอ 

รูปภาพบทความ

ผลการประเมินจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้ว่า แม้การบูรณาการกำลังและจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุระดับปฏิบัติการจะทำให้การก่อเหตุทำได้ยากขึ้น แต่ยังพบการเคลื่อนไหวและความเสี่ยงต่อเป้าหมายที่มีการป้องกันต่ำ จึงจำเป็นต้องคงมาตรการไว้ สอดคล้องกับผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งร้อยละ 70.36 ระบุว่าไม่ต้องการให้ยกเลิกการประกาศใช้

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบการขับเคลื่อนมาตรการตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์เข้ามอบตัวและเข้ารับการอบรมตามคำสั่งศาลแทนการดำเนินคดีอาญาตามปกติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสันติสุข โดยรัฐบาลย้ำเป้าหมายในการปรับลดการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ควบคู่ไปกับการใช้กฎหมายความมั่นคงเท่าที่จำเป็น เพื่อเตรียมทยอยส่งมอบพื้นที่กลับสู่กลไกการบริหารราชการตามปกติต่อไป