นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางการควบคุมดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงสถานการณ์อุทกภัย หลังพบกระแสประชาชนเริ่มกักตุนสินค้าในหลายพื้นที่ โดยได้สั่งการไปยังกรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจราคาสินค้าอย่างเข้มงวด กำชับให้ผู้ประกอบการต้องติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน และควบคุมราคาให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาอย่างผิดปกติเด็ดขาด หากประชาชนพบเห็นการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ทันที โดยมี “ซิงเกิลคอมมานด์” ที่กำกับดูแลโดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่รวบรวมและสั่งการแก้ปัญหาจากทั่วประเทศแบบบูรณาการ

สำหรับปัญหาภาวะสินค้าขาดจากชั้นวางจำหน่ายในบางจุด นางศุภจี ระบุว่า สาเหตุหลักเกิดจากเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ทำให้รถขนส่งสินค้าทั่วไปไม่สามารถสัญจรเข้าพื้นที่ได้ จึงได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมเพื่อนำยานพาหนะและกำลังพลทหารเข้าสนับสนุนการลำเลียงสินค้าจำเป็น โดยช่วงค่ำวานนี้ได้รับรายงานว่า จังหวัดสระแก้วเกิดภาวะขาดแคลนอาหารสด จึงได้ประสานรถยนต์ทหารเข้าไปรับสินค้าจากอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อนำไปส่งมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่สระแก้วอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะจุดวิกฤตที่มีน้ำท่วมขังสูง เช่น เขตลาดกระบัง ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบราว 30,000 คน กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อนำของสดและของแห้งที่จำเป็นเข้าไปแจกจ่ายและกระจายสู่ชุมชน พร้อมทั้งส่งชุดตรวจคุมเข้มราคาสินค้าไม่ให้มีการปรับขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ ในประเด็นแนวโน้มกำลังซื้อไตรมาส 4 ที่อาจชะลอตัวลงจากวิกฤตน้ำท่วมและราคาน้ำมันนั้น นางศุภจี ระบุว่า ได้หารือร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งมาพยุงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัด ดำเนินการต่อเนื่องในเฟส 2 ต่อยอดจากโครงการ “ไทยช่วยไทย” โดยในระยะเร่งด่วนจะเน้นจัดขบวนคาราวานสินค้าราคาประหยัดลงพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมก่อน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างทั่วถึง