นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถานการณ์น้ำของกรมชลประทาน ระบุว่าปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทว่าจากสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่ยังคงเกิดภาวะน้ำท่วมขัง เพื่อควบคุมและลดทอนผลกระทบไม่ให้ขยายวงกว้าง กรมชลประทานจึงมีความจำเป็นต้องบริหารจัดการโดยใช้พื้นที่ว่างบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาช่วยชะลอน้ำไว้ชั่วคราว

รูปภาพบทความ

การชะลอมวลน้ำดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะไม่เกินระดับ 17.50 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำด้านเหนือเขื่อน ในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่:

  • จังหวัดอุทัยธานี (อำเภอเมืองอุทัยธานี): ตำบลหาดทนง, ตำบลเกาะเทโพ, ตำบลสะแกกรัง, ตำบลน้ำซึม และตำบลท่าซุง

  • จังหวัดชัยนาท:

    • อำเภอมโนรมย์: ตำบลศิลาดาน, ตำบลฉนวน, ตำบลวัดโคก (วัดโศก), ตำบลคุ้งสำเภา, ตำบลหางน้ำสาคร และตำบลอู่ตะเภา

    • อำเภอเมืองชัยนาท: ตำบลท่าชัย, ตำบลหาดท่าเสา, ตำบลธรรมามูล, ตำบลเขาท่าพระ และตำบลชัยนาท

    • อำเภอวัดสิงห์: บริเวณคลองมะขามเฒ่า (ชุมชนจวนวิไล, ชุมชนท่าศาลา และชุมชนมะขามเฒ่า) ในตำบลวัดสิงห์ และตำบลมะขามเฒ่า

ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ประสานงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดชัยนาท รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท จัดตั้งและประชุมคณะทำงานประจำห้องปฏิบัติการ (War Room) เพื่อเฝ้าระวังติดตามแนวโน้มสถานการณ์น้ำ ปริมาณฝนตกสะสม และสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมสรรพกำลัง เครื่องจักรกลสาธารณภัย ยานพาหนะปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุ ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง